ซีดาน ลั่นแกเร็ธ เบล ไปเร็วเมื่อไหร่ก็ดีเท่านั้น

ซีดานลั่นแกเร็ธเบลไปเร็วเมื่อไหร่ก็ดีเท่านั้น

สถานการณ์การเคลื่อนไหวของ แกเร็ธ เบล นักเตะกระดูกยุงค่าตัวแพง ของสโมสรเรอัลมาดริด ที่ดูจะมีปัญหากับกุนซือของทีมคือ ซีดาน ในการกลับมาคุมทัพรอบ 2 และเมื่อ ปิดฤดูการ เขามีรายชื่อที่จะถูกส่งออกนอกทีม เพราะไม่อยู่ในแผนการทำทีมฤดูกาลใหม่ แม้ว่าจะมีการประกาศขายนักเตะรายนี้ แต่ยังไม่มีความแน่ชัดในการซื้อตัวเขาเข้ามา

แต่ก็มีการเชื่อมโยงกับสโมสรดังหลายแห่งไม่ว่าจะเป็นแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด สเปอร์ หรือแม้แต่
บาเยิร์นมิวนิค ซึ่ง ซีดาน ได้ให้สัมภาษณ์ว่า การปล่อยนักเตะรายนี้ออกจากทีม จะเป็นผลดีกับสโมสรมากที่สุด เพระเจ้าตัวนั้นในระยะหลังมีปัญหาอาการบาดเจ็บเรื้อรังแทบจะทุกฤดูกาล ที่สำคัญดูเหมือนเขาก็จะมีปัญหากับเพื่อนร่วมทีมด้วยเช่นเดียวกัน

อีกทั้งเจ้าตัวเองเคยประกาศลั่นว่า ไม่ต้องการจะร่วมงานกับกุนซือรายนี้อีกครั้ง ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจที่
ซีดานจะออกมาบอกกับสื่อว่าให้ แกเร็ธ เบล รีบหาทีมใหม่ย้ายออกไปได้เท่าไหร่ก็ยิ่งดีกับตัวเองและสโมสรมากเท่านั้น

ราฟา เบนิเตซ ตกลงคุมทีมสโมสรในประเทศจีน

ราฟา เบนิเตซ ตกลงคุมทีมสโมสรในประเทศจีน

กลายเป็นข่าวจริงสำหรับข่าวลือก่อนหน้านี้ที่ว่ามีสโมสร ต้าเหลียนหยานฟาง จากไชนีสลีก พร้อมทุ่มค่าตัวให้กับกุนซือคนดั งราฟา เบนิเตซ ซึ่งแหล่งข่าววงในนั้นระบุว่าค่าเหนื่อยอยู่ในราคา 12 ล้านปอนด์ซึ่งมากกว่าที่นิวคาสเซิลยูไนเต็ด จ่ายให้กับกุนซือรายนี้

และหลังจากที่หมดสัญญาอย่างเป็นทางการร่าง เบนิเตซ ได้ทำจดหมายเปิดผนึกอำลาแฟนบอลของสโมสรนิวคาสเซิลฯ พร้อมทั้งระบุในจดหมายว่าเขารู้สึกเสียใจ และขอโทษแฟนบอล ที่ไม่สามารถอยู่ทำทีมต่อได้เพราะวิสัยทัศน์ระหว่างเขา และบอร์ดบริหารสโมสรไม่ตรงกัน ซึ่งเขาหวังที่จะได้รับการต่อสัญญาระยะยาวแต่บอร์ดบริหารให้เขาได้เพียงสัญญาปีต่อปีเท่านั้น ก็ถือว่ามันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายจริงๆ ที่เขาไม่สามารถรับข้อเสนอนี้ได้ และขอขอบคุณแฟนบอลของสโมสรนิวคาสเซิลฯที่ให้การต้อนรับเขาอย่างดีและสนับสนุนเขามาโดยตลอดที่นี่จะเป็นส่วนหนึ่งของเขาอยู่เสมอ

ก็ถือว่าน่าเสียดายที่สโมสรนิวคาสเซิลยูไนเต็ด ไม่ขยายสัญญาณในระยะยาวให้กับกุนซือรายนี้ แต่ดูเหมือนทางทีม ต้าเหลียนหยานฟาง จากลีกจีนสามารถให้ข้อเสนอที่น่าสนใจกับ ราฟา เบนิเตซ ได้และเขาตกลงที่จะไปคุมทีมพร้อมด้วยสตาฟโค้ชส่วนหนึ่ง ที่ออกจากสโมสรนิวคาสเซิลยูไนเต็ดพร้อมกับเขา ซึ่งเขาไปทำหน้าที่ต่อจากกุนซือคนเก่าที่ออกจากสโมสรไป

เลสเตอร์ซิตี้ ตั้งค่าหัว แฮรี่ แม็คไกวร์ 90 ล้านปอนด์

เลสเตอร์ซิตี้ ตั้งค่าหัว แฮรี่ แม็คไกวร์ 90 ล้านปอนด์

ทำเอา เป๊บ กวาร์ดิโอล่า ถึงกับเหงื่อตกกันเลยทีเดียวสำหรับการยื่นข้อเสนอซื้อตัวนักเตะกองหลัง แฮร์รี่ แม็คไกวร์ จากลสเตอร์ซิตี้ ซึ่งนักเตะรายนี้ยังเหลือสัญญากับจิ้งจอกสีน้ำเงินในถิ่น King Power Stadium ถึง 5 ปี และแน่นอนว่าทางบอร์ดบริหารของสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ ไม่ยอมปล่อยนักเตะรายนี้ง่ายๆอย่างแน่นอนเพราะเขาถือเป็นกองหลังคนสำคัญของสโมส และการที่ตั้งค่าหัวไว้สูงๆแบบนี้ก็เพื่อไม่ต้องการให้ใครมาขอยื่นเสนอซื้อตัวไปนั่นเอง

แต่จากแหล่งข่าวระบุว่าการที่ แมนเชสเตอร์ซิตี้ หันมาสนใจนักเตะรายนี้เป็นเพราะการเจรจาในเรื่องของค่าตัวของ อเล็กซิส ซานเชซ ที่ทางสโมสรต้องการตัวนั้นต้นสังกัดตั้งค่าตัวไว้สูงเกินไปทำให้ แมนเชสเตอร์ซิตี้ไม่สนใจและหันมามองนักเตะรายนี้ของทัพจิ้งจอกสีน้ำเงินแทนแต่ก็ดูเหมือนจะมีกางชิ้นใหญ่ขวางทางซะแล้ว

นอกจากนี้แหล่งข่าวยังระบุว่านักเตะเองก็ไม่มีความสนใจที่จะย้ายออกจากสโมสร ด้วยเพราะเจ้าตัวยังมีความสุขดีกับการอยู่ในรังของจิ้งจอกสีน้ำเงิน ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งของเขาที่การันตีการลงสนามแทบจะทุกนัดและยังเรื่องอื่นๆอีก ซึ่งก็ถือว่า เลสเตอร์ซิตี้ นั้นเป็นอีกหนึ่งสโมสรที่นักเตะไม่ค่อยอยากจะย้ายออกกันเท่าไหร่นักเพราะทุกคนที่อยู่ที่นี่ดูจะมีความสุขและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันทุกครั้งเวลาที่ลงสนาม

สมอลลิ่ง เผย เมสซี่ ไม่ติดใจหลังทำเจ็บหนักในเกม UCL

คริส สมอลลิง เซ็นเตอร์แบ็คของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า ลีโอเนล เมสซี่ สตาร์ดังของ บาร์เซโลน่า ยอมรับว่าเหตุการณ์ปะทะกันที่เกิดขึ้นจนทำให้จมูกของเขาแตกและมีเลือดไหล ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น เป็นเรื่องของอุบัติเหตุเท่านั้น

ในเกม แชมเปี้ยนส์ลีก รอบควอเตอร์ไฟนอล เลกแรก ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด มีจังหวะที่กองหลังทีมชาติอังกฤษเข้าปะทะกับ เมสซี่ จนทำให้กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักถึงกับต้องหยุดทำการรักษาพยาบาล โดยทาง สมอลลิ่ง กล่าวว่าเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการปะทะกันในจังหวะนั้นจะรุนแรงถึงขนาดนี้

โดยเจ้าตัวได้กล่าวว่าหลังจบเกมว่า เขาได้เข้าไปพูดคุยกับ เมสซี่ และกล่าวว่ากองหน้าของ บาร์ซา ได้กล่าวให้อภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“เราได้คุยกันหลังจบเกม ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนั้นผมปะทะกับเขารุนแรงขนาดไหน แต่หลังจากจบเกมเราได้มีการพูดคุยกันแล้วก็จับมือ และเขาก็บอกว่าเขารู้ว่ามันเป็นเพียงแค่อุบัติเหตุเท่านั้น ตอนนั้น หลุยส์ ซัวเรซ ก็ตามมา และเขาก็ได้พูดคุยกับผมและเราก็จับมือกัน หลังจากนั้นก็อวยพรกันว่าขอให้โชคดี” สมอลลิ่ง กล่าวกลับ BBC Radio 5 Live

“มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมเมื่อคุณต่อสู้กันอย่างเต็มที่ในสนาม และหลังจากนั้นให้ความเคารพกันหลังจากจบเกม เพราะในท้ายที่สุดแล้วคุณก็แค่พยายามที่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและสนุกไปกับเกมส์เท่านั้น”

กรีซมันน์ ยก โรนัลโด้ โคตรบอลหลังกดแฮททริคใส่ ตราหมี

อองตวน กรีซมันน์ กองหน้าของ แอตเลติโก มาดริด กล่าวชืนชมฝีเท้าของ คริสเตียโน โรนัลโด้ ที่ทำแฮททริคพา ยูเวนตุส ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึก ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก และยอมรับว่าเขาเองก็มีสวนผิดที่ทำให้ทีมต้องตกรอบในครั้งนี้

ทีมตราหมี เปิดบ้านเอาชนะ ยูเว่ มาได้ในเลกแรกด้วยสกอร์ 2-0 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่กลับต้องมาโดน โรนัลโด้ ยิง 3 ประตูรวดในเกมนัดที่สองที่ ตูริน ทำให้พวกเขาต้องตกรอบไปอย่างเจ็บปวด

หลังจบเกม กรีซมันน์ กล่าวถึงกองหน้าวัย 34 ปีที่สามารถตะบันแฮททริคที่ 52 ในชีวิตค้าแข้งของตัวเองไปแล้ว ว่า “คริสเตียโน สร้างความแตกต่างให้กับทุกทีมที่เขาลงเล่นด้วย เขาเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ”

“ในเลกแรกเขาไม่ค่อยมีโอกาสซักเท่าไหร่ วันนี้เขามีโอกาส 3 ครั้งและมันก็กลายเป็น 3 ประตู เราไม่ได้เล่นเกมของตัวเอง วันนี้มันเลยกลายเป็นวันที่ล้มเหลวของพวกเรา”

“ทุกคนในทีมต่างหงุดหงิดใจ ผมเป็นคนแรกที่รู้สึกแบบนั้น ผมรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนผิดเพราะไม่ได้สร้างความแตกต่างให้กับทีมเหมือนอย่างที่เคยทำได้ในเลกแรก วันนี้ผมทำแบบนั้นไม่ได้เลย พวกเขาอยู่เหนือเราในทุก ๆ ระดับเหมือนที่เราโชว์ฟอร์มได้ในเลกแรก”

“เมื่อมาคิดดูว่าในเลกแรกเราสามารถเอาชนะได้ 2-0 เราไม่สามารถพูดอะไรได้มากไปกว่านี้ ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น มันทำให้ผมนึกถึงเกมที่เราเคยเจอกับ บาเยิร์น มิวนิค แต่ในเกมนั้นเรามีการปรับเปลี่ยนอะไรนิดหน่อย” กรีซมันน์ กล่าว

กรีซมันน์ ยก โรนัลโด้ โคตรบอลหลังกดแฮททริคใส่

ซิลวา ไม่สนเรื่องลุ้นแชมป์ ขอเอาตัวให้รอดก่อน

มาร์โก้ ซิลวา ผู้จัดการทีมของ เอฟเวอร์ตัน ยืนยันว่าเขาไม่ได้สนใจว่าผลการแข่งขันกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันพุธนี้จะส่งผลอย่างไรกับการลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก

​เรือใบสีฟ้า มีสิทธิที่จะก้าวขึ้นไปเป็นจ่าฝูงอีกครั้งหากพวกเขาสามารถเอาชนะ ​เดอะท็อฟฟี ที่ กูดิสันปาร์ค ได้ อย่างไรก็ตาม กุนซือโปรตุกีสที่กำลังตกที่นั่งลำบากหลังจากที่พาทีมทำผลงานได้ไม่ค่อยดีนักในช่วงหลังได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เกมนี้ไม่ใช่เกมที่จะตัดสินว่าใครจะเป็นแชมป์ และเขาไม่ได้สนใจเรื่องนี้

“สิ่งที่ผมต้องการจริง ๆ และความรู้สึกของผมก็คือ เกมนี้ไม่ใช่เกมตัดสินแชมป์ มันไม่ใช่เรื่องของเราที่จะต้องไปมองการขับเคี่ยวครั้งนี้ เรารู้ว่าเราต้องสู้เพื่ออะไร”

“แน่นอนว่าแฟนบอลของเราต้องการที่จะเป็นผู้ชนะในเกมนี้ แต่ ณ ตอนนี้ ไม่ได้มีแค่ 2 ทีมเท่านั้นที่กำลังขับเคี่ยวกันอยู่ มันมีมากกว่า 2 ทีมที่พร้อมที่จะคว้าแชมป์ และยังเหลืออีกหลายเกมให้ลงเล่น เกมกับ ซิตี้ ไม่ใช่เกมที่จะตัดสินแชมป์ในตอนนี้”

เอฟเวอร์ตัน กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มตกอย่างหนัก โดย 12 เกมหลังสุดพวกเขาชนะได้เพียง 3 นัด และแพ้ไปถึง 7 นัด และอยู่อันดับ 9 ของตารางในขณะนี้

เชื่อกันว่าหาก ซิลวา สามารถเอาชนะในเกมนี้ได้ก็จะเป็นการรักษาเก้าอี้ผู้จัดการทีมของเขาเอาไว้ต่อไป หลังจากที่โค้ชชื่อดังมากมายอย่าง โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ, โรนัลด์ คูมัน และ แซม อัลลาไดซ์ ต้องถูกไล่ออกไปเมื่อช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ซาร์รี่ ต้องเสริมกองหน้าด่วนที่สุด

ในช่วงออกสตาร์ทซีซั่นนี้ ทีมที่ทำผลงานได้แบบเหนือความคาดหมายคือทัพ “สิงโตน้ำเงินคราม” ภายใต้การคุมทัพของเจ้านายใหญ่คนใหม่อย่าง เมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่ย้ายจาก นาโปลี เข้ามาแทนที่ของ อันโตนิโอ คอนเต้ ที่โดนปลดออกจากตำแหน่งไป โดยตอนต้นพวกเขาทำสถิติชนะรวดพร้อมยิงคู่แข่งกระจาย ทว่าพอหลุดฟอร์มไปนิดเดียว กลายว่าตอนนี้ชักเริ่มเป๋ให้เห็นหลายนัด นั่นเพราะปัญหาสำคัญสุด ๆ คือเรื่องกองหน้า

ด้วยความที่ ซาร์รี่ เข้ามาคุมทีมไม่นานก่อนซีซั่นจะรูดม่านเปิดฉากขึ้น ส่งผลให้เขาเองยังแทบไม่ได้มองนักเตะที่ตนเองต้องการไว้เท่าไหร่ แถมถ้ามองจริง ๆ มันคงต้องเสียเงินเยอะเนื่องจากเป็นการติดต่อแบบปัจจุบันทันด่วน จากตรงนี้เราจึงเห็นว่ากองหน้าเชลซี เวลานี้มีแค่ อัลบาโร่ โมราต้า และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ซึ่งก็อย่างที่รู้กันว่าสองคนนี้ใครลงมาก็อาการหนักไม่ต่างกันนัก แต่ด้วยช่วงแรก ๆ ฟอร์มการเล่นของ เอเด็น อาซาร์ ยังโดดเด่นส่งผลให้ปิดรอยแผลปัญหาดังกล่าวเอาไว้ได้ กระนั้นเมื่อคู่แข่งเริ่มจับทางถูกจน อาซาร์ ทำอะไรไม่ค่อยได้ รอยแผลตรงนี้จึงโผล่ขึ้นมากลายเป็นแผลขนาดใหญ่ที่ ซาร์รี่ ต้องรีบหาทางรักษาอย่างเร่งด่วนที่สุด

ซาร์รี่ ต้องเสริมกองหน้าด่วน

มีข่าวว่าเจ้าตัวสนใจจะไปดึงอดีตลูกน้องเก่าอย่าง กอนซาโล่ อิกัวอิน มาร่วมทีมในช่วงมกราคมนี้ ก็ถือว่าเป็นดีลน่าสนใจหากกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์สนใจย้ายมาเล่นร่วมกับเจ้านายเก่าของเขาจริง อย่างที่รู้ว่าพิษสงของกองหน้ารายนี้ไม่ธรรมดา และหากเขาสามารถปรับตัวในพรีเมียร์ลีกได้เร็ว กองหลังทีมอื่น ๆ คงต้องระวังอย่างจงหนัก ทว่าด้วยมันเป็นแค่ข่าวจึงไม่แน่ใจในมูลความจริงอาจมีหรือไม่มีก็ได้ ซาร์รี่ เองคงรู้อยู่ในใจเกี่ยวกับการแก้ปัญหากองหน้าปืนฝืดเหล่านี้ วิธีดีที่สุดคือหาประเภทสำเร็จรูปมาใช้งานทันที คำถามคือใครจะเหมาะเข้ามากู้วิกฤตนี้

หากต้องรอจนถึงช่วงเปิดตลาดซัมเมอร์ปีหน้า บางที ซาร์รี่ อาจโดนเด้งก่อนถ้าผลงานของทีมยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก แต่เอาจริง ๆ มันก็จะมาลงที่เขาคนเดียวไม่ได้เพราะการเข้ามารับงานอย่างรวดเร็ว ระยะเวลาในการเตรียมทีมต่าง ๆ ก็น้อย ทำได้แค่นี้ต้องถือว่ายอดเยี่ยมเกินคาดหมายแล้ว สิ่งแรกที่ต้องจับตามองคือช่วงตลาดซื้อขายมกราคมนี้ เขาจะตัดสินใจดึงกองหน้ารายไหนเข้ามาร่วมทีมหรือไม่ เพราะถ้าหากไม่มี งานจะยิ่งยากขึ้นเรื่อย ๆ กับการไล่ล่าแชมป์

อดีตผู้อำนวยการโมนาโก เชื่อ ถ้า เอ็มปัปเป้ ไป มาดริด รับรองยิ่งใหญ่ กว่า โรนัลโด

อดีตผู้อำนวยการโมนาโก เชื่อ ถ้า เอ็มปัปเป้ ไป มาดริด รับรองยิ่งใหญ่ กว่า โรนัลโด

หลุยส์ กัมโปส เชื่อว่ากองหน้าดาวรุ่งของปารีส แซงต์ แชร์กแมง น่าจะย้ายไปเล่นให้กับ เรอัล มาดริด ซึ่งโชคชะตาของเขา จะได้กลายเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลกได้อย่างแน่นอน หลุยส์ กัมโปส อดีตผู้อำนวยการสโมสรโมนาโก เชื่อว่า คีเลียน เอ็มปัปเป้ จะกลายเป็นนักเตะระดับโลกได้แน่นอน ถ้าหากย้ายไปเล่นให้กับ เรอัล มาดริด และเขาจะได้รับรางวัลบัลลงดอร์ มากกว่าที่คริสเตียนโน โรนัลโด เคยได้ด้วย

ด้วยวัยเพียง 20 ปี ตัวรุกของปารีส แซงต์ แชร์กแมง รายนี้ ได้แชมป์และได้รางวัลมาแล้วมากมาย มากกว่าผลงานทั้งชีวิตของนักเตะอีกหลายคน เขาคว้าแชมป์ ลีกเอิง ฝรั่งเศส มาแล้ว 2 สมัย แชมป์โลก 1 สมัย แถมได้รางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของโลกมาแล้ว

กัมโปส กล่าว “คีเลีย ทำให้เห็นว่าเขาเป็นนักเตะระดับแชมป์ ผมมองเขาไว้แล้วว่า อนาคตน่าจะต้องไปเล่นให้กับเรอัล มาดริด เพราะว่าน่าจะเป็นสโมสรที่เหมาะกับเขามากที่สุด และเขาจะยิ่งเป็นสุดยอดนักเตะไปอีกแน่นอน ในอนาคต ผมคิดภาพไว้แล้วว่าผมจะไปนั้งชมเกมที่เรอัล มาดริด และสนุกสนานที่ได้เห็น เอ็มปัปเป้ เล่น”

“ทุกวันนี้ เขาเป็นนักเตะที่ดีกว่าเนย์มาร์ไปแล้ว และในอนาคต เขาจะต้องสุดยอดมากกว่าคริสเตียนโน โรนัลโด แน่นอน และเขาจะต้องได้รางวัลบัลลงดอร์ มาครองได้อย่างไม่ต้องสงสัย”

แมนซิตี้จับตาดู เบน ชิลเวลล์แบ็คซ้ายเลสเตอร์ คาดพร้อมยื่นค่าตัว 50 ล้านปอนด์

หลังจากที่เป๊ป กวาดิโอล่า เทรนเนอรคนเก่งของทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตัดสินใจเซ็นสัญญาริยาด มาห์เรซไปเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา เขายังคงจับตาดูและให้ความสนใจนักเตะจิ้งจอกสยามคนอื่นๆด้วยเช่นกัน เนื่องจากการประสบปัญหาอาการบาดเจ็บของ เบนจาแมง เมนดี้ แบ็คซ้ายทีมชาติฝรั่งเศส ทำให้เป๊ปต้องหานักเตะที่มาทดแทนในตำแหน่งนี้ได้

แมนซิตี้จับตาดู เบน ชิลเวลล์แบ็คซ้ายเลสเตอร์ คาดพร้อมยื่นค่าตัว

อาการบาดเจ็บของเมนดี้ที่หัวเข่านี้ ไม่มีการยืนยันว่าเขาจะสามารถกลับมาลงสนามได้อีกเมื่อไหร่ จนกระทั่งไปถึงเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้ซิตี้เองต้องกระตือรือร้นที่จะมองหาผู้เล่นในตำแหน่งนี้ในตลาดนักเตะที่จะเปิดขึ้นในไม่กี่วันข้างหน้านี้

เดอะ มิลเลอร์ สื่อชื่อดังเมืองผู้ดี รายงานว่า ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกพร้อมจะยื่น 50 ล้านปอนด์ ในการดีลแบ็คซ้ายทีมชาติอังกฤษ อย่าง เบน ชิลเวลล์ ด้วยสัญญาของชิลเวลล์ที่เพิ่งต่อสัญญาไปกับคิง พาวเวอร์ส สเตเดี้ยม ไปจนถึงปี 2024 อาจจะทำให้ 50 ล้านปอนด์ดูจะไม่เพียงพอในการยื่นในครั้งนี้

ด้วยเมนดี้ ลงเล่นได้ไม่ต่อเนื่องให้กับต้นสังกัด หลังจากย้ายมาจากโมนาโก ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องกลับมาพิจารณาถึงสัญญาอีกครั้งเกี่ยวกับตัวนักเตะรายนี้ ในตอนนี้ทีมเรือใบสีฟ้าของเป๊ป กวาดิโอล่า ใช้งานฟาเบี้ยน เดลฟ์ และ โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ ในตำแหน่งแบ็คซ้าย ทั้งยังมีดานิโล่ที่อาจจะมาเล่นด้วยบางเกม

เบน ชิลเวลล์แบ็คซ้ายเลสเตอร์ คาดพร้อมยื่นค่าตัว 50 ล้านปอนด์

ชิลเวลล์ในวัย 21 ปี ทำผลงานได้อย่างอัศจรรย์ให้กับเลสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงเปิดฤดูกาล ทั้งยังได้ลงเล่นในพรีเมียร์ ลีก ในทุกเกมให้กับต้นสังกัด

ความบ้าคลั่งมันมีอยู่จริง

ความบ้าคลั่งมันมีอยู่จริง

ใครบอกว่าฟุตบอลมันเป็นแค่เกมกีฬาในสนาม นิยามนี้คงใช้ไม่ได้กับการแข่งขันในแถบอเมริกาใต้อย่างล่าสุดฟุตบอลนัดชิงชนะเลิศโคปา ลิเบอร์ตาโดเรส นัดชิงชนะเลิศนัดที่ 2 ระหว่าง ริเวอร์เพลท กับ โบคา จูเนียร์ส ที่ดูเหมือนว่าเหตุการณ์จะบานปลายจนไม่สามารถลงเล่นได้ และยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผลสรุปจะออกมาอย่างไรกันแน่ เนื่องจากแฟนบอลได้ก่อเหตุจลาจลทำให้เกมการแข่งขันต้องเลื่อนออกไปถึง 2 รอบอย่างไม่มีกำหนด และยังไม่มีคำตอบว่าสรุปแล้วจะแข่งกันต่อหรือไม่

ต้องยอมรับว่าแฟนบอลในอเมริกาใต้ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องความดิบ ป่าเถื่อน มานักต่อนักแล้ว ขนาดว่าสนามบอลแทบทุกสนามยังต้องมีการติดตั้งกรงเหล็กอย่างดีเพื่อไม่ให้แฟนบอลหลุดเข้าไปในสนามหวังไปทำร้ายผู้คนที่ไม่รู้เรื่องแต่กำลังทำหน้าที่ของตนเองอยู่ เหตุการณ์เหล่านี้หากใครติดตามฟุตบอลจากแถบนี้เป็นประจำ อาจมองว่ามันปกติ ทว่าจริง ๆ มันไม่น่าใช่เรื่องปกติสักเท่าไหร่นัก เพราะในโลกยุคนี้แล้วการตีกันเพราะเกมฟุตบอลมันไม่ใช่สาระสำคัญอะไรเลย

แถมการมีปัญหาระหว่างแฟนบอล มันน่าปวดหัวพออยู่แล้ว นี่บางทีพอรถบัสของนักเตะฝ่ายตรงข้ามวิ่งผ่าน ก็มีการปาข้าวของใส่รถจนกระจกแตกและนักเตะได้รับบาดเจ็บต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลอยู่หลายคนเหมือนกัน เป็นเรื่องแย่ ๆ ที่ผ่านมาหลายสิบปีก็ยังคงไม่มีอะไรดีขึ้นเลยจริง ๆ สำหรับฟุตบอลในอเมริกาใต้ อาจบอกได้ว่าหากคู่รักคู่แค้นตลอดกาลระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล, เรอัล มาดริด กับ บาร์เซโลน่า , เอซี มิลาน กับ อินเตอร์ มิลาน หรือแม้แต่ การท่าเรือ กับ เมืองทอง จะดุดันขนาดไหน ก็คงเทียบกับความรุนแรงระหว่างแฟนบอล 2 ทีมนี้ไม่ได้จริง ๆ เพราะมันโหดเกินบรรยายชนิดตำรวจก็เอาเหตุการณ์ไม่อยู่เหมือนกัน เข้าใจดีว่าฟุตบอลมันคือสายเลือดของพวกเขาและเมื่อเลือดขึ้นหน้าแล้วสิ่งใดก็ไม่สำคัญเท่ากับต้องเอากันให้ตาย

นี่ถึงขนาดมีคลิปว่าแฟนบอลสาวรายหนึ่งเอาพลุซ่อนไว้ในกางเกงของเด็กหญิงเพื่อหวังให้หลุดรอดเข้าไปในสนามแล้วใช้งาน ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะใช้ในเรื่องอะไรอีก ลำพังแค่เกมในสนามก็เดือดพออยู่แล้ว นี่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะเกิดขึ้นหรือไม่ บางทีบทสรุปของการแข่งขันคู่นี้อาจเป็นการแบ่งแชมป์กันไปเลยเพื่อจบปัญหาแบบขายผ้าเอาหน้ารอด ทว่าหากคิดในมุมที่ถูกต้อง หากเกิดเหตุแบบนี้ทุกปี มีหวังคงหมดสนุกและหมดสีสันในสนามกันแน่

ลิเวอร์พลู