โรแบร์โต เดอ เซอร์บี ไม่ต้องการปล่อย เลอันโดร ทรอสซาร์ด ให้กับสโมสรอื่น

เลอันโดร ทรอสซาร์ด เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดในบรรดาเหล่าสโมสรใน พรีเมียร์ลีก ในเวลานี้ โดยมีสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในโลกสนใจที่จะร่วมงานกับเขา อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ไม่ได้สร้างความประทับใจให้กับ โรแบร์โต เดอ เซอร์บี หัวหน้าโค้ชของ ไบรท์ตัน ซักเท่าไหร่ โดยเขาไม่มีเจตนาที่จะปล่อยตัวนักเตะหนุ่มรายนี้ซึ่งเป็นผู้ทำประตูสูงสุดของสโมสรออกจากทีมไป

เลอันโดร ทรอสซาร์ด ออกสตาร์ทฤดูกาล 2022/23 ด้วยฟอร์มที่ร้อนแรง โดยเขาทำประตูได้ 7 ประตูและ 3 แอสซิสต์จากการลงเล่นไปทั้งหมด 14 นัด ซึ่งใน 14 ประตุนั้นก็รวม 3 ประตูที่ แอนฟิลด์ ด้วย และผลงานในเกมนั้นทำให้ เลอันโดร ทรอสซาร์ด กลายเป็นสโมสรที่มีผู้เล่นของ ไบรท์ตัน คนที่ 3 ที่สามารถทำประตุสูงที่สุดในหนึ่งเกมให้กับสโมสร โดยก่อนนี้ก็มีทางด้านของ ปีเตอร์ วอร์ด ที่ทำได้ในปี 1979 และ กอร์ดอน สมิธ ในปี 1983

เลอันโดร ทรอสซาร์ด ได้มีข่าวเชื่อมโยงกับการย้ายไปยัง นิวคาสเวิล ยูไนเต็ด และ เชลซี ซึ่งเป็นสโมสรคู่แข่งของ ไบรท์ตัน ใน พรีเมียร์ลีก นอกจากนี้ยังมี แอตเลติโก มาดริด และเอซี มิลาน ที่ต่างก็กำลังจับตาดูผลงานของ เลอันโดร ทรอสซาร์ด อยู่ด้วย โดยสัญญาฉบับปัจจุบันของเขากับ ไบรท์ตัน จะหมดอายุลงหลังจากสิ้นสุดฤดูกาลนี้หลังจากที่เขาย้ายจาก เกงค์ มาร่วมทีม ไบรท์ตัน ในปี 2019

อย่างไรก็ตาม ไบรท์ตัน ยังมีโอกาสที่จะต่อสัญญากับ เลอันโดร ทรอสซาร์ด ออกไปอีก 1 ปีตามเงื่อนไขของสัญญา และถ้า ไบรท์ตัน เลือกที่จะเปิดใช้งานเงื่อนไขดังกล่าวก็จะทำให้ เลอันโดร ทรอสซาร์ด จะได้อยู่กับ ไบรท์ตัน อย่างน้อยจนถึงปี 2024 และสำหรับโอกาสในการต่อสัญญาฉบับใหม่ก็น่าจะมีความเป็นไปได้น้อยมาก เนื่องจากว่าตอนนี้ก็มีหลายทีมใหญ่ที่ติดต่อมาและอยากร่วมงานกับเขา

เอริค เทน ฮาก ไม่พอใจผลงานของลูกทีมที่พ่ายในเกมกระชับมิตร

เอริค เทน ฮาก ประเมินความพ่ายแพ้ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อ กาดิซ อย่างตรงไปตรงมา โดยยอมรับว่าทีมของเขามีข้อเสียมากกว่าข้อดี และเขาจะต้องเอาข้อบกพร่องจากเกมกระชับมิตรในครั้งนี้มาปรับปรุง ซึ่งทางด้านของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ก่อนการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก ด้วยการพ่ายแพ้ไปด้วยสกอร์ 4-2 ให้กับทีมอันดับที่ 19 ของ ลาลีกา แม้ว่าพวกเขาจะเป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อนในครึ่งแรกก็ตาม

เอริค เทน ฮาก ให้สัมภาษณ์กับ MUTV หลังจบเกมว่า “ค่อนข้างชัดเจนว่าเราเล่นได้ไม่ดี เราดูเล่นไม่ได้เลยในช่วง 15 นาทีแรก ในขณะที่คู่แข่งของเราทำได้ดีมาก เกมป้องกันของเราหยุดพวกเขาไม่ได้ โดยเฉพาะในแดนกลาง และผมก็รับไม่ได้สำหรับผลงานของทีมของเรา เราไม่มีความสุขกับเกมนี้ แน่นอนว่าทีมของเราก็ต้องมีข้อบกพร่องกันบ้าง แต่ว่าในเกมนี้ทีมของเรามีข้อบกพร่องมาเกินไป”

จากเกมในครึ่งแรกจะเห็นได้ว่าผู้เล่นหลายคนในทีมชุดใหญ่หลายคนไม่ได้ลงเล่นในเกมนี้ เนื่องจากพวกเขายังติดภารกิจในนามทีมชาติอยู่ที่ กาตาร์ แต่ผู้เล่นในทีมหลายคนที่อยู่กับทีมในตอนนี้ก็พยายามสร้างความประทับใจให้กับ เอริค เทน ฮาก แม้ว่าพวกเขาจะยังทำได้ไม่ดีพอก็ตาม แต่ก็ยังมีบางช่วงบางจังหวะที่พวกเขาเล่นได้ดี และจุดอ่อนของพวกเขาในตอนนี้น่าจะเป็นในเรื่องของประสบการณ์

สำหรับในเกมกระชุบมิตรนัดต่อไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะลงสนามพบกับ เรอัล เบติส ซึ่งจะเป็นเกมกระชับมิตรนัดที่สองและนัดสุดท้ายก่อนที่การแข่งขันลีกในประเทศจะกลับมาทำการแข่งขันกันอีกครั้ง โดยเกมแรกในประเทษจะเป็นการแข่งขันในรายการ คาราบาว คัพ ที่จะลงสนามพบกับ เบิร์นลีย์ ในวันที่ 21 ธันวาคมนี้

ราล์ฟ ฮาเซนฮุตเทิ่ล โดน เซาแธมป์ตัน ปลดออกจากตำแหน่งกุนซือ

เซาแธมป์ตัน ได้ออกมายืนยันว่าพวกเขาได้แยกทางกับผู้จัดการทีม ราล์ฟ ฮาเซนฮุตเทิ่ล เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่เชขาได้พาทีมพ่ายแพ้ให้กับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ย่อยยับเมื่อวันคืนอาทิตย์ที่ผ่านมา โดย เซาแธมป์ตัน ได้โดน นิวคาสเซิล ถล่มประตูยับจนพ่ายคาบ้านไปด้วยสกอร์ 4-1 จากการทำประตูของ มิเกล อัลมิรอน, โจ วิลล็อค, คริส วูด และ บรูโน่ กิมาไรส์ และความพ่ายแพ้ในครั้งนี้ก็เป็นความพ่ายแพ้ครั้งที่ 8 ของ เซาแธมป์ตัน ในฤดูกาลนี้ด้วย และทำให้สโมสรต้องตกไปอยู่ในโซนตกชั้น (อันดับที่ 18 ของตารางคะแนน)

เซาแธมป์ตัน ได้ออกแถลงการณ์โดยระบุว่า “สโมสรฟุตบอล เซาแธมป์ตัน ขอยืนยันว่าสโมสรได้แยกทางกับ ราล์ฟ ฮาเซนฮุตเทิ่ล ซึ่งเป็นผู้จัดการทีมชุดใหญ่แล้ว ซึ่งทางด้านของ ริชาร์ด คิทซ์บิชเลอร์ ผู้ช่วยโค้ชทีมชุดใหญ่ก็ออกจากสโมสรในวันนี้เช่นกัน ซึ่งทางด้านของ ราล์ฟ ฮาเซนฮุตเทิ่ล เองก็ได้เข้ามาอยู่กับสโมสรตั้งแต่ปี 2018 และเขาก็เป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อสโมสรเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามในตอนนี้เราเชื่อว่านี่น่าตจะเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างในสโมสร”

สำหรับสิ่งที่ให้ผลงานของ เซาแธมป์ตัน ค่อนข้างที่จะแย่มากสำหรับในฤดูกาลนี้ก็คือเรื่องของเกมรับของสโมสร พวกเขามีรูปแบบเกมรับที่แย่มาก ซึ่งลูกทีมของ ราล์ฟ ฮาเซนฮุตเทิ่ล ก็ได้เสียประตูไปมากถึง 24 ประตู และเก็บคลีนชีตได้เพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น และมันก็แสดงให้เห็นถึงความไม่คงที่สำหรับผลงานของ ราล์ฟ ฮาเซนฮุตเทิ่ล เองด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้เขาก็เคยพาทีมจบในอันดับที่ดีที่สุดถึงอันดับ 11 แต่ในขณะเดียวกันเขาก็เคยพาทีมพ่ายยับ 9-0 ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เลสเตอร์ ซิตี้ มาแล้วด้วย

ลิเวอร์พูล วางแผนเซ็นสัญญากับ เจมส์ แมดดิสัน ของ เลสเตอร์ ซิตี้

เจมส์ แมดดิสัน จะเป็นหนึ่งในผู้เล่น พรีเมียร์ลีก ที่หลายสโมสรต้องการตัวไปร่วมทีมมากที่สุดในช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะในเดือนมกราคมนี้ โดยในตอนนี้สัญญาของเขากับ เลสเตอร์ ซิตี้ จะหมดลงในปี 2024 และ ลิเวอร์พูล ก็น่าจะมีโอกาสโน้มน้าวใจนักเตะกองกลางรายนี้มาร่วมทีมด้วย และปัจจุบันทางด้านของ เลสเตอร์ ซิตี้ เองก็ยังไม่ได้มีการต่อสัญญาฉบับใหม่กับ เจมส์ แมดดิสัน ด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล ก็ต้องเผชิญกับท้าทายที่จะต้องแข่งขันกับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด และ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ด้วย ซึ่งทั้งสองทีมนี้ต่างก็เป็นทีมที่อยากได้ตัวของ เจมส์ แมดดิสัน ไปร่วมทีมด้วยในช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะในช่วงเดือนมกราคมนี้

เจมส์ แมดดิสัน เป็นผู้เล่นที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นมากในการเล่นให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ตั้งแต่เขาย้ายมาอยู่กับสโมสรจนถึงฤดูกาลปัจจุบัน และเขาก็เป็นผู้เล่นที่ทำผลงานได้ดีมากในการลงเล่นให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ในเกมที่พบกับ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งเขาสามารถทำประตูได้สองประตูในเกมนั้น และนั่นทำให้สโมสรอื่นๆ ต่างก็จับจ้องและอยากจะได้เขาไปร่วมทีมด้วย

ความจริงแล้ว ลิเวอร์พูล มีแผนที่จะเซ็นสัญญากับนักเตะกองกลางอยู่แล้วในปี 2023 นั่นก็คือนักเตะหนุ่มทีมชาติอังกฤษของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทีม แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่า ลิเวอร์พูล อาจจะเปลี่ยนแผนมาเซ็นสัญญากับ เจมส์ แมดดิสัน แทน เนื่องจากว่า โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มีค่าฉีกสัญญาของ จู๊ด เบลลิงแฮม ที่มูลค่า 100 ล้านยูโร ซึ่งเป็นเงินที่มีมูลค่าสูงเกินไป

ลิเวอร์พูล ติดต่อไปยัง เวสต์แฮม เพื่อขอซื้อตัวนักเตะมายัง แอนฟิลด์

ลิเวอร์พูล กำลังมีข่าวเรื่องการดีลตัวนักเตะของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในช่วงนาทีสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากที่มีรายงานข่าวออกมายืนยันว่า ลียง ยืนยันที่จะไม่ขาย ฮูสเซม อูอาร์ ให้กับสโมสรใดๆ ในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากที่ ลิเวอร์พูล ได้มีการติดต่อไปไปหาทาง ลียง เพื่อเจรจาเรื่องการเซ็นสัญญากับนักเตะหนุ่มรายนี้เนืท่องจากทีมของเขากำลังประสบกับปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บของผู้เล่นภายในทีม

ปัจจุบันหงษ์แดงไม่มีนักเตะคนสำคัญอย่าง ติอาโก้ อัลกันทารา, นาบี เกอิต้า , อเล็กซ์ ออกซ์เลด-เชมเบอร์ลิน และ เคอร์ติส โจนส์ ลงเล่นให้กับทีมเนื่องจากอาการบาดเจ็บ และล่าสุดก็ดูเหมือนว่าทางด้านของกัปตันทีมอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน นักเตะหนุ่มดีกรีทีมชาติอังกฤษที่เป็นนักเตะรายล่าสุดของ ลิเวอร์พูล ที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเขาได้รับบาดเจ็บเอ็นร้อยหวายจากเกมในคืนวันพุธที่ผ่านมา

ลิเวอร์พูล เอาชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ไปด้วยสกอร์ 2-1 เมื่อคืนที่วันพุธผ่านมา โดย ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ นักเตะดาวรุ่งที่ย้ายมาอยู่กับทีมในฤดูกาลนี้เป็นผู้ทำประตูชัยในนาทีที่ 98 และหลังจากที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ได้รับบาดเจ็บในเกมนี้ทำให้ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ มีผู้เล่นกองกลางที่ฟิตพร้อมที่จะลงสนามเพียงแค่ 3 คนในตอนนี้ และแน่นอนว่านี่คือวิกฤตใหญ่ที่ ลิเวอร์พูล ต้องเผชิญตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล

ลิเวอร์พูล ต้องเผชิญกับศึกหนักในการหานักเตะที่จะเข้ามาเซ็นสัญญากับทีมหลังจากที่ผู้เล่นหลักหลายคนของทีมมีอาการบาดเจ็บ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล เจอร์เก้น คล็อปป์ เป็นคนที่ออกมาให้สัมภาษณ์กับนักข่าวเองว่าทีมของเขาไม่ต้องการเที่จะเซ็นสัญญากับนักเตะในทีมเพิ่มเติมแล้ว แต่ว่าวิกฤตของสโมสรในตอนนี้ทำให้เขาต้องเปลี่ยนแผนเรื่องการเซ็นสัญญากับนักเตะในฤดูกาลนี้

โอกาสที่โรนัลโด้จะอยู่ที่ แมนฯยูไนเต็ด เปิดกว้างมากขึ้น

คริสเตียโน โรนัลโด้ ได้พูดคุยเรื่องอนาคตของเขากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เอริค เทน ฮาก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งในตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าความเป็นไปได้ในการย้ายไปยัง แอตเลติโก มาดริด และ บาเยิร์น มิวนิค น่าจะมีน้อยลงแล้ว หลังจากที่สองสโมสรได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือว่าพวกเขาอยากจะได้ คริสเตียโน โรนัลโด้ มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

นักเตะหนุ่มวัย 37 ปีมาถึงที่สนามซ้อม แคร์ริงตัน ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ฮอร์เก้ เมนเดส ซึ่งเป็นเอเยนต์ของเขาในเช้าวันอังคารเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับอนาคตของเขา ซึ่งก็มีตาดีไปเห็น เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อยู่ที่นั่นด้วย แต่ล่าสุดก็ได้มีการเปิดเผยแล้วว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อยู่ที่นั่นเพราะว่าต้องเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการสโมสรร่วมกับ ริชาร์ด อาร์โนลด์ ผู้บริหารระดับสูงของ แมนเชสเตรอ์ ยูไนเต็ด

กัปตันทีมชาติโปรตุเกสบอกกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่าเขาต้องการย้ายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ ท่ามกลางความกังวลว่าเขาจะไม่มีโอกาสได้ลงเล่นใน แชมเปี้ยนส์ลีก อีกด้วยวัยเข้าใกล้ 38 ปีในตอนนี้ ซึ่งแน่นอนว่า แชมเปี้ยนส์ลีก เองก็ถือเป็นรายการแข่งขันฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดยุโรป และเป็นความใฝ่ฝันของนักเตะทุกคนที่อยากจะลงเล่นนรายการนี้

เอริค เทน ฮาก ยังคงยืนยันคำเดิมว่า คริสเตียโน โรนัลโด้ อยู่ในแผนการทำทีมของเขา แม้ว่าเจ้าตัวจะต้องการออกจากสโมสรก็ตาม แต่ เอริค เทน ฮาก ก็ยังคงมีความเชื่อลึกๆ ว่าเขาน่าจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับ คริสเตียโน โรนัลโด้ ใน พรีเมียร์ลีก และยังแอบเผยว่าการพูดคุยระหว่างเขาและ คริสเตียโน โรนัลโด้ ก็เป็นไปในทิศทางที่ดี

น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ประกาศเซ็นสัญญากับ ไตโว อโวนิยี่

น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ได้เซ็นสัญญาคว้าตัว ไตโว อโวนิยี่ นักเตะกองหน้าทีมชาติไนจีเรีย จาก ยูเนี่ยน เบอร์ลิน มาร่วมทีมด้วยค่าตัวที่สูงเป็นสถิติสโมสรโดยมีมูลค่าอยู่ที่ 17.5 ล้านปอนด์ โดยนักเตะหนุ่มวัย 24 ปีรายนี้ได้ย้ายจากสโมสรใน บุนเดสลีกา มาอยู่กับ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ด้วยสัญญา 5 ปี และเขากลายเป็นนักเตะจากสโมสรนอกประเทศคนแรกที่ได้เซ็นสัญญากับ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ในช่วงซัมเมอร์นี้

ไตโว อโวนิยี่ ยิงไปทั้งหมด 20 ประตูจากการลงเล่น 43 เกมในทุกรายการเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดย 15 ประตูของเขามาจากการลงเล่น 31 นัดใน บุนเดสลีกา และยังช่วยให้ ยูเนี่ยน เบอร์ลิน จบอันดับที่ 5 ในลีก และผ่านเข้าไปเล่นใน ยูโรป้าลีก ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2001/2002

ไตโว อโวนิยี่ กล่าวหลังจากย้ายไปยัง น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ว่า “ผมตื่นเต้นมากที่ได้อยู่ที่นี่ที่ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ มันเป็นความฝันของผมเสมอที่จะได้เล่นใน พรีเมียร์ลีก และได้พูดคุยกับ สตีฟ คูเปอร์ เกี่ยวกับความทะเยอทะยานของเราและจะร่วมสร้างประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ให้กับสโมสรแห่งนี้ ซึ่งมันเป็นสโมสรที่ผมอยากมีส่วนร่วมด้วย”

ไตโว อโวนิยี่ ได้เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งของเขาที่ ลิเวอร์พูล โดยเซ็นสัญญากับสโมสรใน เมอร์ซีย์ ไซด์ ในปี 2015 ก่อนที่จะถูกยืมตัวไปเล่นให้กับ เอฟเอสเฟา แฟรงก์เฟิร์ต, เอ็นอีซี, มูสครอน, เกนต์ และ ไมนซ์ 05 และเขาได้มาเข้าร่วมทีม ยูเนี่ยน เบอร์ลิน โดยสัญญายืมตัวระหว่างฤดูกาล 2020/21 และย้ายมาอยู่กับทีมถาวรเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว

เซลติก กำลังเจรขอซื้อ โชต้า หลังจากยืมตัวมาเล่น

เซลติก กำลังเจรจากับ โชต้า เพื่อเซ็นสัญญากับนักเตะหนุ่มกองกลางชาวโปรตุเกส โดยมีการคาดการณ์ว่าข้อตกลงของทั้งสองฝ่ายจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ นักเตะวัย 23 ปีรายนี้ได้บอกกับ เบนฟิก้า ว่าเขาต้องการที่จะอยู่กับทีมแชมป์ สก็อตติช พรีเมียร์ชิพ ต่อไป หลังจากที่เขาได้ถูกยืมตัวมาเล่นให้กับ เซลติก ในช่วงซัมเมอร์นี้

โชต้า มีบทบาทสำคัญใน 2 เกมกับ เซลติก โดยเขามีส่วนช่วยให้ทีมได้ประตูได้ทั้งหมด 27 ประตูในการแข่งขันทุกรายการ และยังช่วยให้ทีมของ อังเก้ ปอสเตโคกลู คว้าแชมป์ลีก และ ลีกคัพ และตอนนี้ เซลติก กำลังเจรจาเพิ่มเติมกับ เบนฟิก้า ในสัปดาห์นี้ โดยมีค่าฉีกสัญญาตัวเลือกการซื้อที่ตกลงกันไปแล้วมากกว่า 6 ล้านปอนด์ แต่อย่างไรก็ตาม เบนฟิก้า ต้องการเพิ่มเปอร์เซ็นต์การขายในอนาคตให้กับสัญญากับนักเตะหนุ่มรายนี้

มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยที่แฟนๆ บอลของ เซลติก ต่างหวังให้ดาวเตะชาวโปรตุเกสรายนี้เข้าร่วมกับสโมสรด้วยการเซ็นสัญญากับทีมในระยะยาว หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงที่ถูกยืมตัวมา นอกจากที่เขาจะมีเกมรุกที่โดดเด่นแล้ว เขายังมีความเร็ว และมีทักษะการเคลื่อนไหวที่ดี รวมถึงยังมีเกมรับที่ดีอีกด้วย

การทำประตูได้ 13 ประตู และทำอีก 14 แอสซิสต์ในทุกการแข่งขันในช่วงฤดูกาลแรกของนักเตะกับสโมสรใหม่นั้นทำให้กองเชียร์มีความหวังว่านักเตะรายนี้จะได้เซ็นสัญญากับสโมสร และแฟนบอลคงจะดีใจมากถ้าหากสิ่งที่พวกเขาได้หวังเอาไว้นั้นเป็นจริง

ชีวิตของนอกสนามของ ซาดิโอ มาเน ที่น้อยคนจะรู้

ซาดิโอ มาเน่ เป็นนักเตะชาวแอฟริกา ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับสโมสร ลิเวอร์พูล เขาเป็นชาวมุสลิม ที่มีใจมุ่งมั่นจะทำเพื่อครอบครัวและประเทศของเขา ซาดิโอมาเน่มี ค่าตัวถึง 34 ล้านปอนด์ต่อปี ถือว่าเป็นนักเตะที่มีรวยพอสมควร แต่ถึงจะรวยอย่างไรเขาก็ไม่เคยลืมดินที่เคยเดิน

ซาดิโอมาเน่ แท้จริงชีวิตของเขานั้นเรียบง่ายไม่ได้หรูหราอะไร เป็นคนติดดินก็ว่าได้ มีนิสัยชอบแบ่งปันและยิ้มแย้มให้เพื่อนอยู่เสมอ เพราะที่บ้านเขาปลูกฝังมาอย่างดี สะดวกมานี่เป็นคนที่เคร่งศาสนาอย่างมาก เพราะที่บ้านเขาเป็นมุสลิมทั้งบ้าน และมีความเชื่อศรัทธาในตัวพระเจ้าตลอดมา

อบายมุขเขาแทบจะไม่แตะเลยสักนิด

ซาดิโอ มาเน่ เป็นนักเตะ ดีเด่นเลยก็ว่าได้ของโลก พอน้อยคนที่จะได้เห็นนักเตะที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์หรือสังสรรค์กับเพื่อนร่วมทีม เวลาเขาไม่มีซ้อมจะกลับบ้านเพื่อไปหาครอบครัวและคนในท้องถิ่นของเขา เพราะเขาเชื่อว่าศาสนานี่เขานับถืออยู่นั้น จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงให้เขาต้องเป็นเพื่อนกับสิ่งที่เป็นอบายมุขทั้งหมดได้ และเขายังกล่าวเรื่องศาสนาไว้อีกว่า “ ผมไม่ดื่มเหล้า เพราะว่าผมเห็นศาสนาสำคัญและเคารพคำสั่งสอนของศาสนาอิสลาม และจะไม่ทำผิดศิลให้ผมถืออยู่ทั้งหมด “ แท้จริงแล้ว ซาดิโอ มาเน่ จะละหมาดวันละ 5 เวลา เพื่อเป็นการระลึกถึงพระเจ้าอยู่เสมอ

ศาสนาคือสิ่งสำคัญต่อชีวิตของเขาอย่างมาก

อีกอย่างที่ทุกคนหลายคนสงสัยว่า ซาดิโอมาเน่เคร่งศาสนาขนาดนี้ จะเข้าหาคนอื่นหรือไม่ แน่นอนว่าเขานั้นเป็นคนที่แบ่งความสำคัญให้กับคนรอบข้างได้ดีพอสมควร ศาสนาคือส่วนศาสนา เพื่อนรอบตัวหรือครอบครัวก้อนอีก 1 ส่วน เขาไม่เคยทำให้คนรอบข้างรู้สึกว่าเขาคือตัวประหลาด และในทางกลับกันก็มีแต่คนรักและนับถือเขาด้วยใจทั้งนั้น

ไปไหนก็มีแต่คนรัก ซาดิโอมาเน่

ถ้าพูดถึงความร่ำรวยของมานี่ในตอนนี้ ก็ต้องบอกว่าติดท็อปของโลกเลยก็ว่าได้ แต่การใช้ชีวิตของเขานั้นยังคงเหมือนที่เขาเคยเป็นมาตั้งแต่เด็ก และเขาได้ตั้งชุมชนเล็กๆที่เป็นศาสนาอิสลาม ได้สร้างมัสยิดเพื่อให้ทุกคนได้รวมตัวกันระลึกถึงพระเจ้า จะได้ทำกิจกรรมร่วมกับคนในชุมชนแบบไม่ถือเนื้อถือตัว เช่นการกวาดล้างทำความสะอาดมัสยิด เขาจึงกลายเป็นที่รักของคนลิเวอร์พูลและคนทั่วโลกในเวลาเดียวกัน

ความติดดินของ ซาดิโอมาเน่ ยากที่จะเห็น

ซาดิโอมาเน่ เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ยอดเยี่ยมสำหรับสายตาแฟนบอลทั่วโลก เพราะว่าเขาคือนักเตะที่ดีทั้งในสนามและนอกสนาม การใช้ชีวิตของเขานั้นถือว่าติดดินสุดๆ มีรถหรูมากมายมีเงินทองทรัพย์สินชื่อเสียงโด่งดัง แต่เขาก็จะไม่ยึดติดกับสิ่งที่เขามี เขานั่งรถธรรมดาแทนที่จะนั่งซุปเปอร์คาร์ไปที่ต่างๆ บ่อยครั้งที่แฟนบอลนั้นเห็นเขาใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ต่างก็หลงใหลและรักเขาแบบไม่ต้องมีข้อสงสัย

ปมในวัยเด็กที่ไม่ยากให้เกิดกับเด็กในชุมของเขา

และอีกหนึ่งเรื่องที่เป็นปมในชีวิตของเขาและเขาก็ไม่อยากให้เด็กสมัยใหม่ต้องเป็นแบบเขาในตอนเด็ก เขาไม่ได้เรียนแล้วยากจนมากอยากเรียนเท่าไหร่แต่ก็ไม่มีเงินที่จะได้เรียน เขาจึงบริจาคให้กับสังคม 200000 ยูโร เพื่อตั้งศูนย์การเรียนรู้ให้ให้กับเด็กๆในบ้านเกิดของเขา และไม่พอยังสร้างศูนย์พยาบาล ให้กับชุมชนเพื่อให้หมู่บ้านของเขาสะดวกสบายในการรักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วย และได้ทิ้งท้ายกับการแถลงข่าวที่ชุมชนไว้ว่า “ เด็กๆจงศึกษาเล่าเรียนให้มากที่สุด เพราะว่าการศึกษานั้นจะทำให้เด็กๆมีอาชีพที่ดีในอนาคตได้ “ นี่แหละคือสุดยอดนักเตะระดับโลก ไม่ต้องการสิ่งใดเท่ากับการแบ่งปันกับมนุษย์โลก

มาร์ติเนซ เชื่อ เลวาน อยากย้ายไป บาร์ซ่า เพราะบัลลงดอร์

ฆาบี้ มาร์ติเนซ อดีตมิดฟิลด์ชาวสเปนของ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค นั้นเชื่อว่าความต้องการที่จะคว้ารางวัลบัลลงดอร์ของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ นั้นทำให้เขาสนใจที่จะย้ายไปร่วมทีมบาร์เซโลน่า ในซัมเมอร์นี้หลังมีข่าวลืออย่างหนัก

เลวานดอฟสกี้ กองหน้าเบอร์ต้นๆของโลกนั้นทำ 48 ประตู ในฤดูกาลนี้ช่วยให้ บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์ บุนเดสลีก้า สมัยที่ 10 ติดต่อกันได้ในฤดูกาลนี้ แต่ด้วยสัญญาที่เหลืออยู่จนถึงแค่ปี 2023 ทำให้กองหน้าวัย 33 ปี มีข่าวของการย้ายทีม “ผมของคุณหงอกขึ้นทุกวันๆ ปัญหาของ บาเยิร์น มิวนิค ก็คือพวกเขาไม่มีค่าฉีกสัญญา ถ้าคุณไม่ขายในซัมเมอร์นี้ คุณพังแน่” ฆาบี้ มาร์ติเนซ กล่าว

“ผมคิดว่ามันมีความเป็นไปได้อยู่บ้าง ผมเชื่อว่าถ้าเขาไปเล่นที่สเปน เขาก็ควรได้บัลลงวดอร์ 1 หรือ 2 ครั้งและมันเป็นเหตุผลที่เขาต้องการลองทำดู เขามีความรู้สึกว่าเขาควรได้บัลลงดอร์และมันไม่เหมือนกันกับการเล่นในลีกของสเปน บาร์ซ่า หรือว่า มาดริด กับลีกของเยอรมัน”