ชีวิตของนอกสนามของ ซาดิโอ มาเน ที่น้อยคนจะรู้

ซาดิโอ มาเน่ เป็นนักเตะชาวแอฟริกา ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับสโมสร ลิเวอร์พูล เขาเป็นชาวมุสลิม ที่มีใจมุ่งมั่นจะทำเพื่อครอบครัวและประเทศของเขา ซาดิโอมาเน่มี ค่าตัวถึง 34 ล้านปอนด์ต่อปี ถือว่าเป็นนักเตะที่มีรวยพอสมควร แต่ถึงจะรวยอย่างไรเขาก็ไม่เคยลืมดินที่เคยเดิน

ซาดิโอมาเน่ แท้จริงชีวิตของเขานั้นเรียบง่ายไม่ได้หรูหราอะไร เป็นคนติดดินก็ว่าได้ มีนิสัยชอบแบ่งปันและยิ้มแย้มให้เพื่อนอยู่เสมอ เพราะที่บ้านเขาปลูกฝังมาอย่างดี สะดวกมานี่เป็นคนที่เคร่งศาสนาอย่างมาก เพราะที่บ้านเขาเป็นมุสลิมทั้งบ้าน และมีความเชื่อศรัทธาในตัวพระเจ้าตลอดมา

อบายมุขเขาแทบจะไม่แตะเลยสักนิด

ซาดิโอ มาเน่ เป็นนักเตะ ดีเด่นเลยก็ว่าได้ของโลก พอน้อยคนที่จะได้เห็นนักเตะที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์หรือสังสรรค์กับเพื่อนร่วมทีม เวลาเขาไม่มีซ้อมจะกลับบ้านเพื่อไปหาครอบครัวและคนในท้องถิ่นของเขา เพราะเขาเชื่อว่าศาสนานี่เขานับถืออยู่นั้น จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงให้เขาต้องเป็นเพื่อนกับสิ่งที่เป็นอบายมุขทั้งหมดได้ และเขายังกล่าวเรื่องศาสนาไว้อีกว่า “ ผมไม่ดื่มเหล้า เพราะว่าผมเห็นศาสนาสำคัญและเคารพคำสั่งสอนของศาสนาอิสลาม และจะไม่ทำผิดศิลให้ผมถืออยู่ทั้งหมด “ แท้จริงแล้ว ซาดิโอ มาเน่ จะละหมาดวันละ 5 เวลา เพื่อเป็นการระลึกถึงพระเจ้าอยู่เสมอ

ศาสนาคือสิ่งสำคัญต่อชีวิตของเขาอย่างมาก

อีกอย่างที่ทุกคนหลายคนสงสัยว่า ซาดิโอมาเน่เคร่งศาสนาขนาดนี้ จะเข้าหาคนอื่นหรือไม่ แน่นอนว่าเขานั้นเป็นคนที่แบ่งความสำคัญให้กับคนรอบข้างได้ดีพอสมควร ศาสนาคือส่วนศาสนา เพื่อนรอบตัวหรือครอบครัวก้อนอีก 1 ส่วน เขาไม่เคยทำให้คนรอบข้างรู้สึกว่าเขาคือตัวประหลาด และในทางกลับกันก็มีแต่คนรักและนับถือเขาด้วยใจทั้งนั้น

ไปไหนก็มีแต่คนรัก ซาดิโอมาเน่

ถ้าพูดถึงความร่ำรวยของมานี่ในตอนนี้ ก็ต้องบอกว่าติดท็อปของโลกเลยก็ว่าได้ แต่การใช้ชีวิตของเขานั้นยังคงเหมือนที่เขาเคยเป็นมาตั้งแต่เด็ก และเขาได้ตั้งชุมชนเล็กๆที่เป็นศาสนาอิสลาม ได้สร้างมัสยิดเพื่อให้ทุกคนได้รวมตัวกันระลึกถึงพระเจ้า จะได้ทำกิจกรรมร่วมกับคนในชุมชนแบบไม่ถือเนื้อถือตัว เช่นการกวาดล้างทำความสะอาดมัสยิด เขาจึงกลายเป็นที่รักของคนลิเวอร์พูลและคนทั่วโลกในเวลาเดียวกัน

ความติดดินของ ซาดิโอมาเน่ ยากที่จะเห็น

ซาดิโอมาเน่ เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ยอดเยี่ยมสำหรับสายตาแฟนบอลทั่วโลก เพราะว่าเขาคือนักเตะที่ดีทั้งในสนามและนอกสนาม การใช้ชีวิตของเขานั้นถือว่าติดดินสุดๆ มีรถหรูมากมายมีเงินทองทรัพย์สินชื่อเสียงโด่งดัง แต่เขาก็จะไม่ยึดติดกับสิ่งที่เขามี เขานั่งรถธรรมดาแทนที่จะนั่งซุปเปอร์คาร์ไปที่ต่างๆ บ่อยครั้งที่แฟนบอลนั้นเห็นเขาใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ต่างก็หลงใหลและรักเขาแบบไม่ต้องมีข้อสงสัย

ปมในวัยเด็กที่ไม่ยากให้เกิดกับเด็กในชุมของเขา

และอีกหนึ่งเรื่องที่เป็นปมในชีวิตของเขาและเขาก็ไม่อยากให้เด็กสมัยใหม่ต้องเป็นแบบเขาในตอนเด็ก เขาไม่ได้เรียนแล้วยากจนมากอยากเรียนเท่าไหร่แต่ก็ไม่มีเงินที่จะได้เรียน เขาจึงบริจาคให้กับสังคม 200000 ยูโร เพื่อตั้งศูนย์การเรียนรู้ให้ให้กับเด็กๆในบ้านเกิดของเขา และไม่พอยังสร้างศูนย์พยาบาล ให้กับชุมชนเพื่อให้หมู่บ้านของเขาสะดวกสบายในการรักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วย และได้ทิ้งท้ายกับการแถลงข่าวที่ชุมชนไว้ว่า “ เด็กๆจงศึกษาเล่าเรียนให้มากที่สุด เพราะว่าการศึกษานั้นจะทำให้เด็กๆมีอาชีพที่ดีในอนาคตได้ “ นี่แหละคือสุดยอดนักเตะระดับโลก ไม่ต้องการสิ่งใดเท่ากับการแบ่งปันกับมนุษย์โลก

โรนัลด์ คูมัน ผู้ยิงประตูชัย รอบชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ลีก 1992

(บาร์เซโลนา VS ซามพ์โดเรีย รอบชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ลีก 1992) บาร์เซโลนาคือโคตรทีมที่ยังไม่เคยสัมผัสกับการเป็นแชมป์ยุโรปเลย โดยเฉพาะกับถ้วย ยูโรเปี้ยนคัพ พวกเขาได้แค่รองแชมป์มาตลอด และหนนี้ มันคือปีสุดท้ายแล้วที่รายการนี้จะใช้ชื่อว่า ยูโรเปี้ยนคัพ ก่อนที่จะเปลี่ยนไปใช้ชื่อว่า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก พวกเขาก็อยากที่จะคว้าแชมป์ภายใต้ชื่อเดิมให้ได้สักครั้ง คู่ต่อสู้ของพวกเขาในนัดนี้ก็คือ ซามพ์โดเรีย ทีมดังจากเซเรียอา ที่ขนสตาร์ฝีเท้าดีมาเล่นด้วยกันหลายคน โดยเฉพาะกับ จานลูก้า วิอัลลี กับ โรแบร์โต้ มันชินี

ส่วนทางด้านของบาร์เซโลนา พวกเขามีนักเตะชั้นนำหลายคนที่กำลังจะต้องลงทำศึกในเกมนี้ แต่การแข่งขันนั้นข่าวบอลรายงานว่ามันต้องยาวไปจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ และบาร์เซโลนาก็ได้ประตูชัยจากการยิงฟรีคิกเท้าพลังช้างของ โรนัลด์ คูมัน ส่งผลให้บาร์เซโลนาคว้าแชมป์ยุโรปไปครองได้เป็นสมัยแรกสมใจ

เมื่อชีวิตหลังแขวนสตั๊ด ไม่ง่ายอย่างที่คิด สำหรับ ร็อบเบน

อาร์เยน ร็อบเบน นักเตะที่ชื่อดังที่ประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการไปเมื่อซัมเมอร์ปี 2019 หลังจากหมดสัญญากับ บาเยิร์น มิวนิค โดยปีกชาวดัตช์ใช้เวลา 12 เดือน โดยไม่ได้มีการเล่นฟุตบอลอย่างจริงจัง เพื่อใช้เวลาให้กับครอบครัวอย่างเต็มที่ หลังต้องค้าแข้งมาอย่างหนักตลอด 20 ปี ผ่านการเล่นให้กับทีมใหญ่มามากมาย ทั้ง เชลซี, เรอัล มาดริด และบาเยิร์น

แต่สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกลับไม่ได้เป็นเหมือนกับสิ่งที่ร็อบเบนคาดหวัง หลังต้องการกลับมาทำในสิ่งที่รัก เมื่อตัดสินใจเซ็นสัญญากับ โกรนิงเก้น อีกครั้ง โดยเป็นอดีตต้นสังกัดของนักเตะในช่วงที่เริ่มต้นอาชีพการค้าแข้ง และเซ็นสัญญากับทีมมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน โดยเป็นสัญญาจำนวน 1 ปี

การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เกมการแข่งขันในวงการฟุตบอลต้องเลื่อนออกไปจนมาถึงปัจจุบัน แต่ก็เริ่มกลับมาแข่งขันได้แล้วในหลายๆ ลีก ในขณะที่โกรนิงเก้นลงเล่นในเอเรดิวิชี่ลีก ฮอลแลนด์ ซึ่งถูกประกาศยกเลิกให้เป็นโมฆะในฤดูกาล 2019-20

แต่ปัญหาเดิมๆ สำหรับร็อบเบนก็คือ เรื่องอาการบาดเจ็บและความฟิต ในขณะที่ปัจจุบันสภาพร่างกายของนักเตะยังไม่มีความฟิตพอที่จะลงสนาม เมื่อโกรนิงเก้นมีคิวจะลงเล่นเกมอุ่นเครื่อง โดยพบกับพีอีซี ซโวลล์ ในคืนวันศุกร์นี้ หลังดาวเตะวัย 36 ปี ออกมายืนยันด้วยตัวเอง

ร็อบเบน กล่าวว่า “ผมต้องการกลับมาฟิตกว่านี้ ก่อนที่เกมการแข่งขันจะเริ่มต้น ผมกำลังซ้อมได้ดีมากๆ ในสัปดาห์นี้ กับสิ่งที่ทำไปมากมาย ผมตั้งใจทำมันอย่าง 100 เปอร์เซ็นต์ ผมอยู่ในตำแหน่งที่ดีในเวลานี้ การลงเล่นในสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป หลังจากไม่ได้เล่นฟุตบอลมา 1 ปี มันเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อคุณไม่ได้เล่นมานาน มันจึงต้องใช้เวลา”

“มันเป็นส่วนหนึ่งของความพยายาม คุณต้องทำให้ร่างกายกลับมาตอบสนองสำหรับการฝึกซ้อม เพื่อทำให้ร่างกายกลับมาชินกับมันอีกครั้ง มันต้องเป็นไปได้ด้วยดี แต่ผมคิดว่าตอนนี้มันยังไม่เพียงพอที่จะลงเล่น ผมต้องการรู้สึกให้พร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ ผมพร้อมสำหรับเกมการแข่งขัน สำหรับเรื่องนั้น ผมต้องการซ้อมกับกลุ่มนักเตะให้ได้ก่อน”

แดนนี่ ไบส์ เฮดโค้ชของโกรนิงเก้น กล่าวว่า “อาร์เยนต้องก้าวข้ามขีดจำกัดให้ได้ สำหรับโปรแกรมการฝึกซ้อมของเขาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และเขาก็แตะขีดจำกัดแล้ว เขาพยายามอย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อเขายังต้องทำในส่วนของร่างกายมากกว่านี้ กับการสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแกร่งกว่าเดิม มันเป็นอะไรที่เข้าใจได้ สำหรับนักเตะที่ไม่ได้ลงเล่นมา 1 ปี มันไม่ใช่เหตุผลที่พวกเราจะต้องยอมรับกับความเสี่ยง”

“พวกเราพูดในสิ่งที่พวกเราพูดมาก่อนหน้านี้ พวกเรามีจุดมุ่งหมายที่ยิ่งใหญ่ กับการรักษาความฟิตของอาร์เยน กับความเป็นไปได้ในเกมการแข่งขัน ถ้าเขาสามารถเล่นให้กับพวกเราได้ พวกเราก็ต้องการให้เขาลงเล่นให้กับพวกเราให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้”

คริสเตียโน โรนัลโด้ ยังมีหวังอยู่ไหมกับบัลลงดอร์ปีนี้

หลังจากความพ่ายแพ้ของ บอลเมื่อคืน โดยผลสรุป ยูเวนตุส 2-1 ที่โดนทีม SPAL เชือดในเซเรียอาเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว คริสเตียโน โรนัลโด้ ก็ได้พูดกับสื่อในการที่เขาลงเล่นเป็นเกมที่ 1,000 ของเขาแล้วในฐานะมือโปร ตัวของดาวยิงชาวโปรตุเกสก็ได้กล่าวว่า เขาไม่ได้มีความคิดที่จะหยุดเล่นบอลอาชีพเลยจริงๆ เขายังหวังที่จะยิงประตูเรื่อยๆ คว้าแชมป์เรื่อยๆ และมีความสุขกับการจับคู่กับ เปาโล ดีบาลา เป็นคู่กองหน้าในทีมยูเวนตุสอีกด้วย

ด้วยจำนวน 25 ประตูและทำอีก 3 แอสซิสต์จากในการแข่งขันทั้งหมด 31 นัดสำหรับทัพ “หญิงชรา” ในทุกรายการของฤดูกาลนี้ โรนัลโด้ ได้กลับมาสร้างผลงานที่ดีอีกครั้ง เขาสร้างผลงานให้กับยูเวนตุสอย่างต่อเนื่อง และมีภารกิจสำคัญคือการแซงอินเตอร์ มิลาน และลาซิโอ ขึ้นเป็นจ่าฝูงเซเรียอา นับตั้งแต่การมาถึงของ เมาริซิโอ ซารี ยูเวนตุสเริ่มเล่นฟุตบอลในทิศทางเน้นเกมรุกมากขึ้น และตัวของ โรนัลโด้ ก็ได้ช่วยพวกเขามาโดยตลอด โดยเขาเองก็หมายมั่นที่จะคว้ารางวัลบัลลงดอร์มาครองเป็นสมัยที่ 6 ให้ได้

อนาคตของป็อกบา ในช่วงเริ่มกลับมาปังอีกครั้ง !

ช่วงนี้กระแสข่าวที่มาแรงสุดๆ คงหนีไม่พ้นดีลที่ว่า “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า แห่งศึกลาลีกา สเปน กำลังให้ความสนใจในตัวของ ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ตัวเก่งแห่งทัพ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอนแรกๆ หลายคนมองว่านี่น่าจะเป็นแค่ข่าวลือหรือข่าวลวงเฉยๆ เพราะดูแล้วป็อกบาน่าจะอยู่กับทีมไปอีกนานด้วยสัญญาที่เหลือถึง 3 ปี แต่กลายเป็นว่าพอข่าวเริ่มประโคมมากขึ้น ดาวเตะรายนี้นอกจากไม่ตอบโต้แล้วเอเย่นต์ตัวร้ายอย่าง มิโน่ ไรโอล่า อาจเห็นดีเห็นงามกับการย้ายตัวครั้งนี้ด้วยนั่นเพราะเงิน

ใครๆก็รู้ว่าไรโอล่าคือเอเย่นต์ที่มองเรื่องของเงินเป็นหลักมาก่อนอยู่แล้ว ตอนที่ป็อกบาย้ายจากยูเวนตุสมายังถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยค่าตัวสถิติโลกตอนนั้นเชื่อว่าจริงแล้วค่าตัวของกองกลางเลือดเฟรนช์รายนี้ไม่ได้สูงระดับ 90 กว่าล้านปอนด์ แต่เพราะว่าไรโอล่าต้องการส่วนแบ่งเกือบๆ 20 ล้านปอนด์ ทำให้ค่าตัวของเขาพุ่งกระฉูด มาคราวนี้กับสัญญาอีก 3 ปี ที่ป็อกบาเหลืออยู่กับทีมหากต้องการดึงตัวเขาไปร่วมทีมจริงแว่วๆ มาว่าบาร์เซโลน่าอาจต้องจ่ายเงินก้อนโตถึงเกือบ 170 ล้านปอนด์ แล้วคราวนี้คิดดูว่าเอเย่นต์หน้าเลือดจะได้ส่วนแบ่งไปอีกเท่าไหร่?

บังเอิญว่าบาร์ซ่าทุนหนาใช่เล่นไป

กระนั้นทีมอย่างบาร์เซโลน่าไม่เคยเป็นรองใครในด้านดีลซื้อนักเตะด้วยพวกเขาคือทีมใหญ่ที่ประสบความสำเร็จตลอดทำให้ดาวเตะหลายคนใฝ่ฝันว่าอยากไปร่วมทีม จึงทำให้เกิดอีกกระแสข่าวว่าพวกเขาพร้อมจ่ายแค่ราวๆ 40 ล้านปอนด์บวกกับนักเตะอีก 2 คนในทีม งานนี้คงเล่นเอาบอร์ดบริหารแมนฯ ยูฯ หัวร้อนเป็นแถวกับการกระทำของยอดทีมแห่งสเปน เพราะการแถมนักเตะมาให้ 2 ตัวเพื่อรวมอยู่ในค่าตัวของป็อกบามันการันตีไม่ได้ว่าดาวเตะเหล่านั้นจะทำผลงานได้ดีขนาดไหน

อย่างไรก็ตามตลาดซื้อขายนักเตะของพรีเมียร์ลีกจะปิดตัวลงในวันนี้ (9/8/2018) แต่ลีกอื่นๆ ยังปิดช่วงสิ้นเดือนเหมือนเดิม นั่นหมายความว่านักเตะในพรีเมียร์ลีกสามารถย้ายออกได้แต่ย้ายเข้าไม่ได้ ดังนั้นเชื่อว่าสัญญาอีก 3 ปีที่เหลืออยู่น่าจะทำให้ซัมเมอร์นี้ป็อกบาจะยังคงอยู่กับทีมแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าในอนาคตช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคมพวกเขาจะกลับมาตอดดาวเตะรายนี้อีกหรือไม่ เหมือนกรณีของฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ของลิเวอร์พูล ดูแล้วป็อกบาเองคงมีใจอยากย้ายไปอยู่ไม่น้อย กับเกมรุกที่เร้าใจกว่า โอกาสคว้าแชมป์มากกว่า ใครก็อยากประสบความสำเร็จกันทั้งนั้น

เมื่อไหร่ เนย์มาร์ จะก้าวขาถึง เหยินใหญ่

ช่วงนี้ข่าวคราวความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับโลกฟุตบอลยังไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจเป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่ ด้วยเพิ่งผ่านศึกฟุตบอลโลก 2018 มาหมาดๆ บวกกับเหล่าบรรดานักเตะชั้นนำที่เล่นเข้าถึงรอบลึก ๆ ยังอยู่ในช่วงเวลาของการพักร้อน ขณะที่โปรแกรมอุ่นเครื่องปรีซีซั่นมันก็ไม่ได้น่าตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น วันนี้เลยขอพูดถึงดาวเตะคนหนึ่งที่ถูกคาดหวังว่าในฟุตบอลโลกหนนี้จะเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ทำให้เขาเจิดจรัสแต่แล้วกลับกลายเป็นดาวร่วงที่โดนก่นด่ากันทั้งโลก ไม่ใช่ใครที่ไหนเขาคือ เนย์มาร์ นั่นเอง

สาเหตุหลักที่เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักไม่ใช่ฟอร์มการเล่นที่ไม่ค่อยสู้ดี เพราะถึงกระนั้นเขาก็ยังพอฝากความหวังได้ในยามคับขัน แต่สิ่งที่ทำให้คนบราซิลรู้สึกว่าอับอายอย่างมากคืออาการที่เจ้าตัวชอบลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายปานโดนฟันจากมีสปาร์ตา ทั้ง ๆ ที่บางจังหวะมันแค่สะกิดเบายิ่งกว่ามดกัดเสียอีก ด้วยอาการดังกล่าวทำให้ทั้งแฟนบอลรวมถึงบรรดานักเตะด้วยกันเองต่างรู้สึกยี้กับพฤติกรรมประเภทโอเวอร์แอ็คติ้งของดาวเตะเจ้าของค่าตัวสถิติโลกรายนี้อย่างมาก ยิ่งมองย้อนกลับไปถึงอดีตหัวหอกระดับตำนานของทัพแซมบ้าและของโลกอย่าง “โล้นทองคำ” โรนัลโด้ ยิ่งทำให้รู้สึกว่าอะไรหลา ยๆ อย่างของดาวเตะจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ยังเทียบรัศมี “เดอะ โล้น” ไม่ได้สักนิด

ความสามารถไร้ที่ติ แต่ยังห่างกับโล้นทองคำ

ทั้งอาการงอแงต้องการย้ายออกจากบาร์เซโลน่าที่หลายฝ่ายเชื่อว่านั่นเพราะเขาถูกบดบังรัศมีโดยลีโอเนล เมสซี กระนั้นก็มีนักวิจารณ์จำนวนมากระบุว่าหากเขาเก่งจริงเขาควรต้องข้ามเงาเมสซี่ไปให้ได้ พอตอนแรก ๆ ย้ายมาอยู่กับยักษ์ใหญ่แห่งศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส ก็ดูทีท่าว่าจะไปได้สวยจนถูกยกให้เป็นตัวเต็งในการพาบราซิลคว้าแชมป์โลกหลังครั้งสุดท้ายพวกเขาทำได้ตั้งแต่ปี 2002 แต่แล้วมันหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เมื่อบวกกับการแสดงออกระดับรางวัลออสการ์อย่างนี้ยิ่งทำให้หลายคนคิดถึงดาวยิงอย่างโรนัลโด้

คนที่เล่นตามหน้าที่ของตัวเอง ใช้พรสวรรค์อันติดตัวมาตั้งแต่เกิดแสดงออกบนฟลอร์หญ้าด้วยลีลาอันแพรวพราวหาตัวจับยาก ช่วงเวลาพีค ๆ ของเขากองหลังทุกตัวบนโลกใบนี้ต้องยอมสยบแทบเท้าเขาเลยทีเดียว แต่กับเนย์มาร์ยังไม่ได้แสดงออกกับสิ่งที่โรนัลโด้เคยทำ เข้าใจว่าเรื่องทักษะกับพรสวรรค์ไม่ได้ต่างกันมากแต่เรื่องที่ยังห่างไกลลิบแบบหากันไม่เจอคือ ทัศนะคติ นี่เป็นสิ่งที่ เนย์มาร์ ต้องแก้ไขหากเขาต้องการก้าวเป็นนักเตะที่ดีที่สุดคนหนึ่งของโลก