เทพปรือ โวยวิจารณ์อะไรเห็นใจกันบ้าง

เมซุต โอซิล นักเตะกองกลางของสโมสรอาร์เซนอลผ่านสื่อว่า ในระยะนี้เข้าโทนโจมตีหนักมากจากทั้งกูรูฟุตบอลและบรรดาแฟนบอลของอาเซนอล ทั้งๆที่เขาแทบจะไม่ได้ลงสนามเลย ซึ่งเขายังย้ำว่าเขาไม่ได้ลงสนามติดกัน 3 เกมแล้ว ซึ่งมันก็ไม่ใช่ความผิดของเขา เพราะตั้งแต่เปลี่ยนกุนซือคนใหม่เข้ามาทำทีมโอกาสที่เขาจะได้เป็นตัวจริงก็ลดลงเรื่อยๆ

กับข่าวที่จะถูกเทขายออกจากสโมสร เจ้าตัวก็บอกว่าเขายังรักสโมสรนี้ และอยากจะอยู่ที่นี่ซึ่งเขาโดนวิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่นหรือเรื่องอื่นๆนั้น รู้สึกเลยว่ามันไม่แฟร์กับเขาอย่างมาก โดยเขาให้เหตุผลว่าถ้าผมลงสนามผมทำผลงานได้ไม่ดีนั่นคือความผิดของผม แต่นี่ผมนั่งอยู่ข้างสนามผมไม่ได้รับโอกาสทำไมผมถึงต้องโดนวิจารณ์อีก และแน่นอนว่าแฟนบอลคาดหวังกับผลงานของผมแต่ โค้ชไม่ให้โอกาสก็ไม่สามารถทำอะไรได้

และส่วนเรื่องของค่าเหนื่อยนั้น มันเป็นข้อตกลงระหว่างผมกับสโมสรที่อยู่ในสัญญาฉบับเก่า ดังนั้นหากจะยกเรื่องนี้มาวิจารณ์กัน มันก็ไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่แต่ทั้งหมดทั้งมวล ผมก็แค่อยากจะบอกว่าจะวิจารณ์อะไรก็ให้เห็นใจกันบ้าง

นักเตะผีแดงวอนแฟนบอล ให้โอกาสกุนซืออีกสักนิด

นักเตะผีแดงวอนแฟนบอล ให้โอกาสกุนซืออีกสักนิด

นักเตะผีแดงออกมากล่าวผ่านสื่อว่าช่วงนี้ผลงานของทีมแม้ว่าจะไม่เป็นที่ถูกอกถูกใจของแฟนบอล กับนัดล่าสุดแค่เสมอ ปืนใหญ่ในบ้าน 1-1 เรียกร้องให้แฟนๆให้โอกาสกับกุนซือของทีมได้พิสูจน์ตัวเองอีกสักนิดและพวกเขาเองก็พร้อมที่จะทำตามแผนการเล่นของกุนซือ พร้อมที่จะทำผลงานในทุกนัดให้ออกมาดี

ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรในทีมนักเตะทุกคนยังสามัคคีกันอยู่ อย่าสนใจข่าวลือและให้กุนซือเป็นคนตัดสินใจถึงเรื่องความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นนักเตะอยากจะย้ายออก หรือการจัดตัวในการลงสนาม โดยหลังเกมนักเตะยอมรับว่าผลงานอาจไม่ถูกใจแฟนๆ แต่ก็กล่าวต่อว่า แฟนบอลมีสิทธิ์ที่จะวิพากษ์วิจารณ์แต่ขอให้เห็นใจกุนซือ

และนักเตะของทีมด้วยเพราะทุกคนทำหน้าที่อย่างดีที่สุด แต่นี่มันเป็นเกมฟุตบอลเราก็ต้องพยายามกันให้มากขึ้นและเราหวังที่จะทำผลงานให้ดีกว่านี้ กับเกมนี้มันเป็นเกมที่ยากคู่แข่งเขาเตรียมตัวมาดีเขาเต็มที่และเราก็เต็มที่เช่นกัน

ลินเดอเลิฟ ได้ค่าเหนื่อยเพิ่มเติมหากต่อสัญญาใหม่

ลินเดอเลิฟ ได้ค่าเหนื่อยเพิ่มเติมหากต่อสัญญาใหม่

ใครว่า manchester united ไม่เหลียวแลนักเตะเก่า ล่าสุดนั้นทางฝ่ายบริหารเตรียมพร้อมที่จะขยายสัญญากับนักเตะหลายคน และ วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ เป็นหนึ่งในนั้นที่จะได้รับค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้นซึ่งบรรดากูรูมองว่าแม้จะได้ค่าเหนื่อยเป็น 150,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ แต่ก็ยังน้อยกว่านักเตะอีกหลาย
คนที่เล่นในตำแหน่งเดียวกันกับเข าแต่มันก็เพียงพอกับความสามารถของเขาในตอนนี้และอาจจะรั้งให้นักเตะอยู่กับทีมต่อก็เป็นได้

เพราะแม้ว่า Manchester United จะพยายามเฟ้นหานักเตะใหม่มาเสริมทัพในทุกครั้งที่เปิดตลาดซื้อขายแต่บางครั้งก็ซื้อมาเหมือนผิดๆกถูกๆได้ของดีมาใช้งานบ้าง หรือได้นักเตะไม่คุ้มราคามาใช้งานบ้าง ซึ่งมันก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่กับนักเตะสอบที่มีฟอร์มการเล่นเข้ากับแผนการทำทีม ก็น่าจะยังเก็บไว้
และการต่อสัญญาในครั้งนี้ก็อาจจะเป็นไปได้ที่จะทำให้นักเตะรายนี้ ยังคงจงรักภักดีและค้าแข้งกับสโมสรในอีกหลายฤดูกาล

แต่ยังไม่มีการระบุออกมาว่า หากมีการฉีกสัญญา หรือเจ้าตัวอยากจะย้ายออกไปหาความท้าทายใหม่จะเริ่มต้นในราคาที่เท่าไหร่ เพราะดูเหมือนนักเตะจาก Manchester United นั้นจะไม่เป็นที่ต้องการของตลาดหรือทีมอื่นมากนักในฤดูกาลที่ผ่านมา

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มั่นใจกับการปรับแผนการเล่นของทีม

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มั่นใจกับการปรับแผนการเล่นของทีม

สำหรับความเคลื่อนไหวของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อดีตแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ผ่านมา ตอนนี้ดูเหมือนพวกเขาจะมีการวางแผนการเล่นใหม่ซึ่งใช้ระบบ 5-4-1 และเน้นการวางบอลยาวที่แข็งแกร่งรวดเร็วแม่นยำ ซึ่งเป็ปได้กล่าวผ่านสื่อว่าเขามั่นใจว่าฤดูกาลนี้ แมนเชสเตอร์ซิตี้ จะทำผลงานได้ดีและปรับแผนการเล่น 5-4-1 ที่เน้นบอลยาวนั้นจะสร้างความแตกต่างจากแผนเดิมได้ดีและมั่นใจว่าลูกทีมของเขาเพร้อมสำหรับการเล่นในระบบนี้

แน่นอนว่าเรือใบสีฟ้ายังต้องการผลงานที่ดีต่อเนื่องในทุกๆนัด แม้ว่าเรายังไม่ได้กลับขึ้นไปเป็นทีมหัวตารางแต่ความสามารถของนักเตะของเราที่มีอยู่ มั่นได้ว่าพวกเขาพร้อมที่จะทำผลงานให้ดีที่สุด แต่ก็มีกูรู้และแฟนบอลหลายคนได้แสดงความคิดเห็นกับแทคติกใหม่ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ว่ามันเป็นการเล่นที่ค่อนข้างยาก และในอนาคตหากเขาวางมือจากสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้ กุนซือคนใหม่จะเข้ามาสานต่อรูปแบบการเล่นของเขาก็คงจะทำได้ไม่ดี

เหมือนกับที่บาร์เซโลน่าเองก็ประสบปัญหา ทีหลังจากที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ออกจากสโมสรมาดูเหมือนแนวทางการเล่นของเป๊ปจะเป็นอะไรที่ค่อนข้างยาก แต่ก็ต้องมาดูกันต่อว่าเขาจะวางแผนอย่างไร กับแมนเชสเตอร์ซิตี้ในฤดูกาลนี้ และแผนการเล่นของเขาที่จะใช้ระบบนี้ จะทำให้เรือใบสีฟ้าประสบความสำเร็จเหมือนฤดูกาลที่ผ่านมาหรือไม่

เดวิส หลุยส์ ไม่ลงซ้อมกับ เชลซี หวังโยกไปซบ อาร์เซนอล

เดวิส หลุยส์ ไม่ลงซ้อมกับ เชลซี หวังโยกไปซบ อาร์เซนอล

เดวิส หลุยส์ กองหลังทีมชาติบราซิลของ เชลซี ไม่ได้ลงทำการฝึกซ้อมกับทีมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยตัวเองหวังที่จะบีบใหเสโมสรนั้นปล่อยตัวไปร่วมทัพ อาร์เซนอล คู่อริร่วมเมืองลอนดอน ซึ่งทาง แฟรงค์ แลมพาร์ด เองก็พร้อมที่จะปล่อยตัวกองหลังรายนี้อยู่เช่นกัน

สปอร์เมล์ ได้ออกมารายงานถึงเรื่องนี้ว่า เดวิส หลุยส์ ไม่ได้เข้ามาร่วมซ้อมกับทีมเชลซี ในวัรพุธที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการซ้อมครั้งแรกของสโมสร เพื่อเตรียมทีมในนัดเปิดฤดูกาลวันอาทิตย์นี้ ที่จะต้องออกไปเยือนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ณ สนามโอลฟ์แทรคฟอร์ด โดยเจ้าตัวหวังที่จะย้ายไปร่วมทัพกับ อาร์เซนอล ให้ทันก่อนปิดตลาดซื้อขายนักเตะในวันพฤหัสบดีนี้

เชลซีกำลังรอข้อเสนออย่างเป็นทางการจาก อาร์เซนอล โดยคาดการณ์กันว่าน่าจะมีค่าตัวกันอยู่เพียงแค่ 5 ล้านปอนด์เท่านั้น เนื่องจากเขาอายุ 32 ปี ซึ่งทางเชลซีเองก็มีนโยบายสำหรับผู้เล่นที่อายุเกิน 30 ปี จะยื่นสัญญาให้ไม่เกิน 2 ปีเท่านั้น แต่ เดวิส หลุยส์ ทางเซลซี เพิ่งต่อสัญญาไปอีก 2 ปี เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ซีดาน ลั่นแกเร็ธ เบล ไปเร็วเมื่อไหร่ก็ดีเท่านั้น

ซีดานลั่นแกเร็ธเบลไปเร็วเมื่อไหร่ก็ดีเท่านั้น

สถานการณ์การเคลื่อนไหวของ แกเร็ธ เบล นักเตะกระดูกยุงค่าตัวแพง ของสโมสรเรอัลมาดริด ที่ดูจะมีปัญหากับกุนซือของทีมคือ ซีดาน ในการกลับมาคุมทัพรอบ 2 และเมื่อ ปิดฤดูการ เขามีรายชื่อที่จะถูกส่งออกนอกทีม เพราะไม่อยู่ในแผนการทำทีมฤดูกาลใหม่ แม้ว่าจะมีการประกาศขายนักเตะรายนี้ แต่ยังไม่มีความแน่ชัดในการซื้อตัวเขาเข้ามา

แต่ก็มีการเชื่อมโยงกับสโมสรดังหลายแห่งไม่ว่าจะเป็นแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด สเปอร์ หรือแม้แต่
บาเยิร์นมิวนิค ซึ่ง ซีดาน ได้ให้สัมภาษณ์ว่า การปล่อยนักเตะรายนี้ออกจากทีม จะเป็นผลดีกับสโมสรมากที่สุด เพระเจ้าตัวนั้นในระยะหลังมีปัญหาอาการบาดเจ็บเรื้อรังแทบจะทุกฤดูกาล ที่สำคัญดูเหมือนเขาก็จะมีปัญหากับเพื่อนร่วมทีมด้วยเช่นเดียวกัน

อีกทั้งเจ้าตัวเองเคยประกาศลั่นว่า ไม่ต้องการจะร่วมงานกับกุนซือรายนี้อีกครั้ง ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจที่
ซีดานจะออกมาบอกกับสื่อว่าให้ แกเร็ธ เบล รีบหาทีมใหม่ย้ายออกไปได้เท่าไหร่ก็ยิ่งดีกับตัวเองและสโมสรมากเท่านั้น

ราฟา เบนิเตซ ตกลงคุมทีมสโมสรในประเทศจีน

ราฟา เบนิเตซ ตกลงคุมทีมสโมสรในประเทศจีน

กลายเป็นข่าวจริงสำหรับข่าวลือก่อนหน้านี้ที่ว่ามีสโมสร ต้าเหลียนหยานฟาง จากไชนีสลีก พร้อมทุ่มค่าตัวให้กับกุนซือคนดั งราฟา เบนิเตซ ซึ่งแหล่งข่าววงในนั้นระบุว่าค่าเหนื่อยอยู่ในราคา 12 ล้านปอนด์ซึ่งมากกว่าที่นิวคาสเซิลยูไนเต็ด จ่ายให้กับกุนซือรายนี้

และหลังจากที่หมดสัญญาอย่างเป็นทางการร่าง เบนิเตซ ได้ทำจดหมายเปิดผนึกอำลาแฟนบอลของสโมสรนิวคาสเซิลฯ พร้อมทั้งระบุในจดหมายว่าเขารู้สึกเสียใจ และขอโทษแฟนบอล ที่ไม่สามารถอยู่ทำทีมต่อได้เพราะวิสัยทัศน์ระหว่างเขา และบอร์ดบริหารสโมสรไม่ตรงกัน ซึ่งเขาหวังที่จะได้รับการต่อสัญญาระยะยาวแต่บอร์ดบริหารให้เขาได้เพียงสัญญาปีต่อปีเท่านั้น ก็ถือว่ามันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายจริงๆ ที่เขาไม่สามารถรับข้อเสนอนี้ได้ และขอขอบคุณแฟนบอลของสโมสรนิวคาสเซิลฯที่ให้การต้อนรับเขาอย่างดีและสนับสนุนเขามาโดยตลอดที่นี่จะเป็นส่วนหนึ่งของเขาอยู่เสมอ

ก็ถือว่าน่าเสียดายที่สโมสรนิวคาสเซิลยูไนเต็ด ไม่ขยายสัญญาณในระยะยาวให้กับกุนซือรายนี้ แต่ดูเหมือนทางทีม ต้าเหลียนหยานฟาง จากลีกจีนสามารถให้ข้อเสนอที่น่าสนใจกับ ราฟา เบนิเตซ ได้และเขาตกลงที่จะไปคุมทีมพร้อมด้วยสตาฟโค้ชส่วนหนึ่ง ที่ออกจากสโมสรนิวคาสเซิลยูไนเต็ดพร้อมกับเขา ซึ่งเขาไปทำหน้าที่ต่อจากกุนซือคนเก่าที่ออกจากสโมสรไป

เลสเตอร์ซิตี้ ตั้งค่าหัว แฮรี่ แม็คไกวร์ 90 ล้านปอนด์

เลสเตอร์ซิตี้ ตั้งค่าหัว แฮรี่ แม็คไกวร์ 90 ล้านปอนด์

ทำเอา เป๊บ กวาร์ดิโอล่า ถึงกับเหงื่อตกกันเลยทีเดียวสำหรับการยื่นข้อเสนอซื้อตัวนักเตะกองหลัง แฮร์รี่ แม็คไกวร์ จากลสเตอร์ซิตี้ ซึ่งนักเตะรายนี้ยังเหลือสัญญากับจิ้งจอกสีน้ำเงินในถิ่น King Power Stadium ถึง 5 ปี และแน่นอนว่าทางบอร์ดบริหารของสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ ไม่ยอมปล่อยนักเตะรายนี้ง่ายๆอย่างแน่นอนเพราะเขาถือเป็นกองหลังคนสำคัญของสโมส และการที่ตั้งค่าหัวไว้สูงๆแบบนี้ก็เพื่อไม่ต้องการให้ใครมาขอยื่นเสนอซื้อตัวไปนั่นเอง

แต่จากแหล่งข่าวระบุว่าการที่ แมนเชสเตอร์ซิตี้ หันมาสนใจนักเตะรายนี้เป็นเพราะการเจรจาในเรื่องของค่าตัวของ อเล็กซิส ซานเชซ ที่ทางสโมสรต้องการตัวนั้นต้นสังกัดตั้งค่าตัวไว้สูงเกินไปทำให้ แมนเชสเตอร์ซิตี้ไม่สนใจและหันมามองนักเตะรายนี้ของทัพจิ้งจอกสีน้ำเงินแทนแต่ก็ดูเหมือนจะมีกางชิ้นใหญ่ขวางทางซะแล้ว

นอกจากนี้แหล่งข่าวยังระบุว่านักเตะเองก็ไม่มีความสนใจที่จะย้ายออกจากสโมสร ด้วยเพราะเจ้าตัวยังมีความสุขดีกับการอยู่ในรังของจิ้งจอกสีน้ำเงิน ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งของเขาที่การันตีการลงสนามแทบจะทุกนัดและยังเรื่องอื่นๆอีก ซึ่งก็ถือว่า เลสเตอร์ซิตี้ นั้นเป็นอีกหนึ่งสโมสรที่นักเตะไม่ค่อยอยากจะย้ายออกกันเท่าไหร่นักเพราะทุกคนที่อยู่ที่นี่ดูจะมีความสุขและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันทุกครั้งเวลาที่ลงสนาม

สมอลลิ่ง เผย เมสซี่ ไม่ติดใจหลังทำเจ็บหนักในเกม UCL

คริส สมอลลิง เซ็นเตอร์แบ็คของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า ลีโอเนล เมสซี่ สตาร์ดังของ บาร์เซโลน่า ยอมรับว่าเหตุการณ์ปะทะกันที่เกิดขึ้นจนทำให้จมูกของเขาแตกและมีเลือดไหล ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น เป็นเรื่องของอุบัติเหตุเท่านั้น

ในเกม แชมเปี้ยนส์ลีก รอบควอเตอร์ไฟนอล เลกแรก ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด มีจังหวะที่กองหลังทีมชาติอังกฤษเข้าปะทะกับ เมสซี่ จนทำให้กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักถึงกับต้องหยุดทำการรักษาพยาบาล โดยทาง สมอลลิ่ง กล่าวว่าเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการปะทะกันในจังหวะนั้นจะรุนแรงถึงขนาดนี้

โดยเจ้าตัวได้กล่าวว่าหลังจบเกมว่า เขาได้เข้าไปพูดคุยกับ เมสซี่ และกล่าวว่ากองหน้าของ บาร์ซา ได้กล่าวให้อภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“เราได้คุยกันหลังจบเกม ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนั้นผมปะทะกับเขารุนแรงขนาดไหน แต่หลังจากจบเกมเราได้มีการพูดคุยกันแล้วก็จับมือ และเขาก็บอกว่าเขารู้ว่ามันเป็นเพียงแค่อุบัติเหตุเท่านั้น ตอนนั้น หลุยส์ ซัวเรซ ก็ตามมา และเขาก็ได้พูดคุยกับผมและเราก็จับมือกัน หลังจากนั้นก็อวยพรกันว่าขอให้โชคดี” สมอลลิ่ง กล่าวกลับ BBC Radio 5 Live

“มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมเมื่อคุณต่อสู้กันอย่างเต็มที่ในสนาม และหลังจากนั้นให้ความเคารพกันหลังจากจบเกม เพราะในท้ายที่สุดแล้วคุณก็แค่พยายามที่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและสนุกไปกับเกมส์เท่านั้น”

กรีซมันน์ ยก โรนัลโด้ โคตรบอลหลังกดแฮททริคใส่ ตราหมี

อองตวน กรีซมันน์ กองหน้าของ แอตเลติโก มาดริด กล่าวชืนชมฝีเท้าของ คริสเตียโน โรนัลโด้ ที่ทำแฮททริคพา ยูเวนตุส ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึก ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก และยอมรับว่าเขาเองก็มีสวนผิดที่ทำให้ทีมต้องตกรอบในครั้งนี้

ทีมตราหมี เปิดบ้านเอาชนะ ยูเว่ มาได้ในเลกแรกด้วยสกอร์ 2-0 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่กลับต้องมาโดน โรนัลโด้ ยิง 3 ประตูรวดในเกมนัดที่สองที่ ตูริน ทำให้พวกเขาต้องตกรอบไปอย่างเจ็บปวด

หลังจบเกม กรีซมันน์ กล่าวถึงกองหน้าวัย 34 ปีที่สามารถตะบันแฮททริคที่ 52 ในชีวิตค้าแข้งของตัวเองไปแล้ว ว่า “คริสเตียโน สร้างความแตกต่างให้กับทุกทีมที่เขาลงเล่นด้วย เขาเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ”

“ในเลกแรกเขาไม่ค่อยมีโอกาสซักเท่าไหร่ วันนี้เขามีโอกาส 3 ครั้งและมันก็กลายเป็น 3 ประตู เราไม่ได้เล่นเกมของตัวเอง วันนี้มันเลยกลายเป็นวันที่ล้มเหลวของพวกเรา”

“ทุกคนในทีมต่างหงุดหงิดใจ ผมเป็นคนแรกที่รู้สึกแบบนั้น ผมรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนผิดเพราะไม่ได้สร้างความแตกต่างให้กับทีมเหมือนอย่างที่เคยทำได้ในเลกแรก วันนี้ผมทำแบบนั้นไม่ได้เลย พวกเขาอยู่เหนือเราในทุก ๆ ระดับเหมือนที่เราโชว์ฟอร์มได้ในเลกแรก”

“เมื่อมาคิดดูว่าในเลกแรกเราสามารถเอาชนะได้ 2-0 เราไม่สามารถพูดอะไรได้มากไปกว่านี้ ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น มันทำให้ผมนึกถึงเกมที่เราเคยเจอกับ บาเยิร์น มิวนิค แต่ในเกมนั้นเรามีการปรับเปลี่ยนอะไรนิดหน่อย” กรีซมันน์ กล่าว

กรีซมันน์ ยก โรนัลโด้ โคตรบอลหลังกดแฮททริคใส่