ร็อบเบน อาจจะกลับมาเล่นฟุตบอลอีกครั้ง หลังเลิกเล่นไม่ถึงปี

อาร์เยน ร็อบเบน อดีตปีกชาวดัตช์ ออกมากล่าวยอมรับว่า ตัวเขากำลังพิจารณาในการกลับมาเล่นฟุตบอลอีกครั้ง แม้จะประกาศแขวนสตั๊ดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากหมดสัญญากับบาเยิร์น มิวนิค เมื่อซัมเมอร์ล่าสุด อดีตนักเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์ เคยลงเล่นให้กับสโมสรโกรนิงเก้น, พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น, เชลซี, เรอัล มาดริด และบาเยิร์น โดยคว้าแชมป์ลีกได้ทั้งในประเทศเนเธอร์แลนด์, อังกฤษ และสเปน ก่อนที่จะขึ้นสู่จุดสูงสุดเมื่อตอนที่ค้าแข้งในประเทศเยอรมนี

แม้ร็อบเบน จะเป็นนักเตะที่มีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ตลอด แต่นักเตะก็ลงเล่นให้กับทีมยักษ์ใหญ่ของเยอรมันเกือบ 1 ทศวรรษ ผ่านการคว้าแชมป์บุนเดสลีกา 8 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย ร็อบเบน เป็นข่าวอย่างหนักกับการย้ายกลับมาค้าแข้งในบ้านเกิดฮอลแลนด์ ทั้งโกรนิงเก้น และพีเอสวี หลังจากหมดสัญญากับบาเยิร์น ก่อนที่จะแขวนสตั๊ด แต่สุดท้าย การย้ายทีมก็ไม่ได้เกิดขึ้น ทำให้ตัดสินใจประกาศยุติการเล่นฟุตบอลอาชีพ

ร็อบเบน ออกมากล่าวยอมรับเป็นครั้งแรกถึงโอกาสในการกลับมาวาดรวดลายในการเล่นฟุตบอลอีกครั้ง แม้จะอายุ 36 ปีแล้วในตอนนี้ ท่ามกลางการระบาดของไวรัสโควิด-19 และทำให้เกมการแข่งขันถูกประกาศเลื่อนเกมการแข่งขันออกไป “ในตอนแรก ผมไม่ได้มีความคิดถึงฟุตบอลเลย แต่หลังจากนั้น มันก็มีความรู้สึกจี๊ดๆ ออกมาเหมือนกัน และผมก็มีความคิดเหมือนกัน ว่าอาจจะกลับมาเล่นอีกสักหน่อยก็ได้ กับช่วงเวลานี้ ผมยังคิดถึงมันอยู่ กับไวรัสนี้ มันเป็นช่วงเวลาที่แปลกมากๆ สำหรับทุกคน และเมื่อฟุตบอลมันกลับมาในตอนนี้ แต่บางที มันอาจจะทำให้ผมได้มาอยู่ที่นี่อีกครั้ง ผมต้องการอยู่จุดนี้ไปตลอด” ร็อบเบน กล่าวกับช่องพอดคาสต์ของบาเยิร์น

ร็อบเบน ยืนยันถึงการเป็นแฟนบอลของเสือใต้ นับตั้งแต่ออกมาจากสโมสร แม้ว่าตัวเขาจะไม่ได้ลงเล่นให้กับทีม “ผมคิดถึงเกมการแข่งขันมากๆ แต่ผมก็ยุ่งมากเหมือนกัน ผมไม่เคยวางแผนอะไรเลย สำหรับเรื่องส่วนตัวของผม เมื่อคุณแขวนสตั๊ด ไม่มีใครรอคุณอยู่แล้ว แต่บางครั้งคุณก็ต้องการสิ่งที่สร้างความตื่นเต้นให้กับชีวิตเหมือนกัน รวมถึงลูกๆ ของผมด้วย และยังกล่าวถึงการทำหน้าที่โค้ชให้กับลูกๆ ของเขา กับการฝึกซ้อมลูกบอล แต่เจ้าตัวก็ยังยืนยันว่า ยังไม่ได้มีการตัดสินใจใดๆ ทังนั้นในเวลานี้ ผมไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษในใจ” ทั้งนี้ร็อบเบน ยังเป็นหนึ่งในนักเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์ กับการคว้ารองแชมป์ฟุตบอลโลก ในปี 2010 หลังจากแพ้ให้กับทีมชาติสเปน ไปด้วยสกอร์ 1-0 ในนัดชิงชนะเลิศ

แลมพาร์ดมั่นใจแฟนบอลพร้อมต้อนรับอันเชล็อตติ

คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือชื่อดังที่เคยคุมทัพให้กับเชลซี ในตอนนี้ มีคิวที่จะต้องหวนคืนถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์อีกครั้งกับการแข่งขัน พรีเมียร์ลีกอังกฤษซึ่งเขาจะพาทีม ทอฟฟี่สีน้ำเงิน เอฟเวอร์ตัน มาเยือนถิ่นของเชลซีซึ่งกุนซือคนปัจจุบันอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด ได้กล่าวผ่านสื่อว่า

เขามั่นใจว่าแฟนบอลของสโมสรเชลซีจะต้อนรับอดีตกุนซือที่เคยพาทีมประสบความสำเร็จ อย่างอบอุ่นมั่นใจว่ามันจะเป็นเกมที่สนุกและเขาก็ตั้งอกตั้งใจ ที่จะพาทีมชนะให้ได้ในถิ่นของตัวเองมันเป็นอะไรที่พิเศษเพราะ คาโลอัน เชล็อตติ เป็นกุนซือที่มีความสามารถมาก หากใครเคยทำงานร่วมกับเขาก็จะรู้กันดีว่าเขาเป็นคนที่เก่งมีวิสัยทัศน์ที่ดี มีทัศนคติที่ดี และเกมนี้มันก็เป็นอีกหนึ่งเกมที่น่าจดจำเราจะทำผลงานในส่วนของเราให้ดีที่สุดและมั่นใจว่าถ้าเราเองก็จะคุมทัพทอฟฟี่สีน้ำเงินมาอย่างเต็มสูบ ดังนั้นจึงไม่อยากให้แฟนวันพลาดการติดตามและสำหรับแฟนบอลในสนาม เรามั่นใจได้เลยว่าแฟนเชลซีพร้อมต้อนรับทุกทีม

เป็นอีกเกมที่น่าสนใจสำหรับพรีเมียร์ลีกอังกฤษในสัปดาห์นี้ บอกได้เลยว่าการแข่งขันอัดแน่นเต็มครบทุกโปรแกรมเหมือนเดิมสำหรับลีกอังกฤษ และยังเปิดให้แฟนบอลเข้าชมในสนามตามปกติอีกด้วยและกับการแข่งขันระหว่างทอฟฟี่สีน้ำเงินเอฟเวอร์ตันที่จะบุกมาพบกับเชลซี ก็จะทำการแข่งขันกันในวันที่ 8 มีนาคม 2563 ในเวลาบ้านเราคือ 21.00 น

 

8 ผู้เล่นที่ดีที่สุดในยุคของ อาร์แซน เวนเกอร์

อาร์แซน เวนเกอร์ อดีตกุนซือระดับตำนานของ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นจอมปั้นที่ดีที่สุดคนหนึ่งของวงวการลูกหนัง ไม่ว่าจะเป็น เธียร์รี่ อองรี ที่เกือบจะดับไปแล้วในการไปค้าแข้งกับ ยูเวนตุส รวมไปถึง เดนนิส เบิร์กแคมป์ ศูนย์หน้าจอมคลาสสิค ของโลกที่มาแจ้งเกิดอีกครั้งกับเวงเกอร์ วันนี้เราจะพาไปติดตามกับ 8 นักเตะที่ผ่านการเจียระไนด้วยน้ำมือกุนซือชาวฝรั่งเศสคนนี้กัน

8) นิโกล่าห์ อเนลก้า

กองหน้าที่ค่าตัวเพียง 500,000 ปอนด์ เท่านั้น ที่เวงเกอร์ ดึงตัวมาร่วมทัพ และสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงกระหน้ำไปถึง 17 ประตูเลยทีเดียว จนทาง รีล มาดริด อดทนไม่ไหวถึงกับต้องควักเงินในระดับ 22.5 ล้านปอนด์ เพื่อคว้าตัวไปร่วมทัพอีกด้วย

7) มาร์ค โอเวอร์ส มาร์ส

ปีกควาเร็วสูงจาก อาแจกซ์ อัมสะเตอร์ดัม ยอดทีมแห่งลีกฮอลแลนด์ ด้วยลีลากการกระชาย ลากเลื่อยของเขานั้น ถือว่าเป็นระดับท็อปในยุโรปสมัยนั้น และมาโด่งดังเป็นพลุแตกเข้าไปอีกเมื่อมาร่วมทัพกับ เวงเกอร์ สร้างประวัติคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยสถิติไร้พ่ายอีกด้วย ตลอดการค้าแข้งกับอาร์เซนอล ยิงไปได้ถึง 41 ประตู

 

6)เดวิด ซีแมน

ผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในยุคกุนซือชาวน้ำหอมเลยก็ว่าได้ ด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมในการเซฟลูกอันตรายในแต่ละนัด และมีบทบาทสำคัญในการคุมแผงหลังของทีม จนกล่าวได้ว่าเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่เป็นผู้ปิดทองหลังพระในยุคเวงเกอร์อย่างแท้จริงอีกราย

5) เชสก์ ฟาเบรกาส

อดีตกองกลางทีมชาติสเปนรายนี้ ก็ต้องบอกเลยว่าได้ดีมาจาก เวงเกอร์ อย่างแท้จริง เพราะเวงเกอร์ ไปดึง ฟาเบรกาส มาตั้งแต่เป็นเยาวชนของบาร์เซโลน่า โดยตอนนี้มีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น ก่อนจะได้รับโอกาสก้าวขึ้นมาชุดใหญ่ และภายหลังยังได้รับตำแหน่งกับตันทีมอีกด้วย

4)โซล แคมป์เบล

การย้ายฝั่งจาก สเปอร์ มาอยู่กับ อาร์เซน่อล ยอมเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักกับ อริของกรุงลอนดอนของทั้งคู่ แต่ก็เป็นทางกุนซือรายนี้ที่สามารถทำได้ด้วยการดึงแกนหลักแนวรับของคู่อริร่วมเมืองมาร่วมทัพได้อย่างง่ายได้ ผลงานไม่ต้องพูดถึงดีกรีแนวรับคนสำคัญของทีมชาติองักฤษเลยก็ได้ในยุคนั่น

3) โรแบร์ ปิแรส

ตำแหน่งปีกซ้ายที่ไว้ใจได้อีกรายในยุคนั้น ผีเท้าไม่ธรรมดา รวมถึงลีลาการทำประตูแบบคลาสสิคหลายต่อหลายครั้ว เขาอยู่อาร์เซนอลถึง 6 ปี เต็มๆ ก่อนที่จะถึงจุดอิ่มตัวแล้วย้ายออกจากทีมไป ฝากผลงานไว้ที่ 84 ประตู เป็นอีกนักเตะที่บรรดาแฟนอาร์เซนอลไม่เคยลืม

2)โทนี่ อดัมส์

ไม่มีคำใด มาอธิบายได้ดีกว่า ผลงงานที่ผ่านมาของเขาคนนี้ เขาคือกับตันทีมที่คุมแนวรับแผงแบ็คโฟว์ที่ว่ากันว่าดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกชุดหนึ่งเลยก็ว่าได้ สไตค์การเล่นแบบใช้ความคิด เน้นดักทางคู่ต่อสู้ รวมไปถึงทีเด็ดจากลูกโหม่งของเขาอีกด้วย

1)เธียร์ อองรี

ผู้เล่นยอดเยี่ยมตลอดกาลของเวงเกอร์ จะเป็นใครไม่ได้เลยนอกจาก เขาคนนี้ เธียร์รี อองรี สุดยอดศูนย์หน้าทีมชาติฝรั่ง ที่ยากจะหาใครมาแทนทีได้ ด้วยการยิงประตูอย่างเฉียบคมและเหนือชั้น ซึ่ง อาร์แวน เวนเกอร์ เสมือนพ่อคนที่ 2 ของเขาเลยก็ว่าได้ เขาฝากผลงานกับสโมสรแห่งนี้ไปถึง 228 ประตูด้วยกัน

ผีแดง รอลุ้นดิว บรูโน่ หลังเอ็ด วู้ดวาร์ด พบผอ.กีฬา ของลิสบอน เมื่อวันศุกร์ทีผ่านมา

“ผีแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เดินหน้าเต็มตัวกับภารกิจล่าตัว บรูโน่ เฟอร์นันเดส กองกลางทีมชาติโปรตุสเกสของสโมสรสปอร์ติ้ง ลิสบอน ด้วยการเสนอซื้อตัว 50 ล้านปอนด์ ให้กับทาง ลิสบอน ได้พิจารณาอีกด้วย

โดยล่าสุดสื่อในอังกฤษ ได้ออกมารายกงานว่า ดิลนี้อาจจะเกิดขึ้นได้จริง เพราะทางผู้อำนวยการด้านกีฬาของลิสบอน ได้บินมายังกรุงลอนดอน มายังสำนักงานแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประจำกรุงลอนดอน ซึ่งมาการพูดขึ้นกันระหว่าง 2 ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น เอ็ด วู้ดวาร์ด ผู้บริหารแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเอเยนต์ของสโมสร เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ถึงอย่างไรก็ดีความคืบหน้าในการเจรจาครั้งนี้ยังไม่ได้มีการยืนยันในการย้ายทีมออกมา เพราะทางลิสบอน เองยังคงต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนหากปล่อยตัว บรูโน่ เฟอร์นันเดส ออกจากทีมไปในเวลานี้ เนื่องจากยังไม่สามารถหาตัวแทนมาได้ทันเวลา ซึ่งอาจจะส่งผลต่อผลงานของทีมที่กำลังไล่ล่าพื้นทีโค้วต้ายู่ฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกในฤดูกาลนี้อยู่ หลังมีแต้มห่างจากอันดับที่ 2 อยู่ 11 คะแนน

สำหรับผลงานของ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในฤดูกาลนี้ลงสนามไปแล้ว 16 นัด ชนะ 9 เสมอ 2 แพ้ 5 ได้ 28 เสีย 18 มีอยู่ 29 คะแนน

ลูกากู ลั่นอยู่แมนยู มีแต่แย่

โรเมลู ลูกากู กองหน้า น้าฉายาตู้เย็น อดีตนักเตะสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่ตอนนี้ค้าแข้ง อยู่กับสโมสรอินเตอร์มิลานได้กล่าวให้สัมภาษณ์ ถึงเหตุผลที่แท้จริง ของการย้ายสโมสร และย้ายลีก เจ้าตัวบอกว่าตลอดระยะเวลาที่อยู่ในแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเขาตั้งใจทำผลงานอย่างเต็มที่

แต่ดูเหมือนทำอะไรก็ไม่ดีและเมื่อมีฟอร์มที่แย่ลง ก็โดนวิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มแฟนบอ ลรวมทั้งการไม่ได้รับความไว้วางใจทั้งที่เราพยายามอย่างเต็มที่ แต่ฟุตบอลไม่ได้เล่นคนเดีย ดังนั้นการออกมาหาความท้าทายใหม่ในทีมที่เขาต้องการจะมีความสุขมากกว่า

และแน่นอนว่าคือผู้ชี้ทางอนาคตใหม่ให้กับเขาคือ คอนเต้ กุนซือที่ผมมองว่าเขาเก่งที่สุด เขาให้โอกาสผมมากมาย และที่นี่ก็ไว้ใจผม ดังนั้นผลงานผมก็ดีขึ้นจากเดิม และมีความสุขกับที่นี่ด้วย

ไคล์ วอล์คเกอร์ ยอมรับชะตากรรมไล่ตามหงส์ลำบากแล้ว

ก่อนหน้านี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เคยพูดเอาไว้ว่าการไล่ตาม หงส์แดง ตอนนี้จัดเป็นงานที่ยากเพราะคะแนนห่างกันอยู่หลายแต้ม ล่าสุด ไคล์ วอล์คเกอร์ นักเตะของแมนเชสเตอร์ซิตี้ก็ออกมากล่าวว่าตอนนี้เราตามหลังพวกเขาถึง 14 แต้มมันเป็นงานที่ยาก

แต่เราจะยังไม่ยอมแพ้ แม้ว่าพวกเขาจะฟอร์มดี มีดวงที่แข็งกับการลงสนามในทุกนัด พวกเขาก็ยังทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีกรณีปัญหาเกิดขึ้นหลายครั้ง แต่นั่นเป็นสิ่งที่ท้าทายพวกเรา ว่าจะทำได้ดีอย่างพวกเขาหรือไม่

และการไล่ตามมันเป็นอะไรที่สนุ กเราเคยไล่ตามอย่างนี้ และสุดท้ายเราก็เป็นฝ่ายชนะครั้งนี้เราก็จะยังไม่ยอมแพ้เช่นเดียวกัน ก็ต้องดูกันว่าจะทำได้อย่างที่หวังหรือไม่เพราะระยะนี้ เรือใบเองก็ช๊อตไปดื้อๆ เหมือนกัน

เรือใบพร้อมทุ่มค่าเหนื่อยให้กับ สเตอร์ริงค์

ความเคลื่อนไหวของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดทีมแห่งเกาะอังกฤษ มีข่าวหลุดออกมาว่า ราฮีม สเตอร์ริงค์ นักเตะคนสำคัญของทีม จะได้รับสัญญาใหม่ แม้ว่าเจ้าตัวจะเพิ่งยื่นสัญญาออกไปเมื่อฤดูกาลที่แล้วและสัญญาใหม่นั้นยังไม่หมดเพราะจะสิ้นสุดลงในปี 2023

แต่จากฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่ง และดูเหมือนหลายทีมจากลีกต่างพร้อมทุ่มเงิน และพร้อมที่จะคว้าตัวเขาไปร่วมทัพ ทำให้บอร์ดบริหารของเรือใบสีฟ้า ตัดสินใจจะขอต่อสัญญาใหม่กับนักเตะรายนี้ และค่าเหนื่อยนะจะเพิ่มขึ้นเป็น 375,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

ก็เรียกได้ว่าจะกลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงอีก 1 รายของสโมสรนี้เลยทีเดีย วและแหล่งข่าวยังระบุว่าหากเจ้าตัวตกลงค่าตัวของเขาที่ได้ในสัญญานี้ ก็จะสูงเท่ากับ ดาบิด เดเคอา นายด่านของสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและที่เรือใบสีฟ้าตัดสินใจขยายสัญญาพร้อมเพิ่มค่าเหนื่อยให้กับเขานั้นเป็นเพราะ บาร์เซโลน่าหวังที่จะทุ่มเงินกระชากตัวเขาออกจากถิ่นผู้ดีร่วมถึงราชันชุดขาวด้วย

ซอน เฮือง มิน ร่ำไห้หลังเสียบ โกเมส ข้อเท้าหัก

อุบัติเหตุในเกมกีฬาฟุตบอลเกิดขึ้นได้เสมอและล่าสุดก็เป็นคราวเคราะห์ของ โกเมส นักเตะของเอฟเวอร์ตันที่เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของไก่เดือยทอง ทอตแนมฮอตสเปอร์ ซึ่งนักเตะสเปอร์เข้าสกัดบอลและทำให้โกเมสข้อเท้าหักต้องหามส่งโรงพยาบาลทันที

ซึ่ง ซอน เฮือง มิน ที่เข้าสกัด โกเมส ร่ำไห้กลางสนามทันทีที่เห็นอาการเพื่อนร่วมอาพชีพ เพราะเสียใจที่ทำให้เได้รับบาดเจ็บหนัก แต่ไม่ว่าจะเป็นโค้ชของทั้งสองทีมและนักเตะทางฝั่งทอฟฟี่สีน้ำเงินเอง ก็ไม่ได้กล่าวโทษเขาเข้าใจว่ามันเป็นจังหวะการเล่นและเป็นอุบัติเหตุภายในเกม

ซึ่งแหล่งข่าวยังระบุอีกว่าโค้ชของท็อตแน่มฮ็อทสเปอร์และนักเตะอีกหลายคนของทางฝั่งทอฟฟี่สีน้ำเงินรวมทั้งกุนซือของทีม ได้เข้ามาปลอบเจ้าตัวหลังเกมจบในห้องแต่งตัวอีกด้วย เพื่อไม่ให้นักเตะไม่ต้องเกิดอาการเครียดหรือคิดมาก และอาการของโกเมสแม้ว่าจะข้อเท้าหัก แต่ก็ยังสามารถกลับมาเล่นฟุตบอลได้ซึ่งเจ้าตัวจะได้รับการผ่าตัดเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บและคงพักยาวจนกว่าจะหายดี

เทพปรือ โวยวิจารณ์อะไรเห็นใจกันบ้าง

เมซุต โอซิล นักเตะกองกลางของสโมสรอาร์เซนอลผ่านสื่อว่า ในระยะนี้เข้าโทนโจมตีหนักมากจากทั้งกูรูฟุตบอลและบรรดาแฟนบอลของอาเซนอล ทั้งๆที่เขาแทบจะไม่ได้ลงสนามเลย ซึ่งเขายังย้ำว่าเขาไม่ได้ลงสนามติดกัน 3 เกมแล้ว ซึ่งมันก็ไม่ใช่ความผิดของเขา เพราะตั้งแต่เปลี่ยนกุนซือคนใหม่เข้ามาทำทีมโอกาสที่เขาจะได้เป็นตัวจริงก็ลดลงเรื่อยๆ

กับข่าวที่จะถูกเทขายออกจากสโมสร เจ้าตัวก็บอกว่าเขายังรักสโมสรนี้ และอยากจะอยู่ที่นี่ซึ่งเขาโดนวิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่นหรือเรื่องอื่นๆนั้น รู้สึกเลยว่ามันไม่แฟร์กับเขาอย่างมาก โดยเขาให้เหตุผลว่าถ้าผมลงสนามผมทำผลงานได้ไม่ดีนั่นคือความผิดของผม แต่นี่ผมนั่งอยู่ข้างสนามผมไม่ได้รับโอกาสทำไมผมถึงต้องโดนวิจารณ์อีก และแน่นอนว่าแฟนบอลคาดหวังกับผลงานของผมแต่ โค้ชไม่ให้โอกาสก็ไม่สามารถทำอะไรได้

และส่วนเรื่องของค่าเหนื่อยนั้น มันเป็นข้อตกลงระหว่างผมกับสโมสรที่อยู่ในสัญญาฉบับเก่า ดังนั้นหากจะยกเรื่องนี้มาวิจารณ์กัน มันก็ไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่แต่ทั้งหมดทั้งมวล ผมก็แค่อยากจะบอกว่าจะวิจารณ์อะไรก็ให้เห็นใจกันบ้าง

นักเตะผีแดงวอนแฟนบอล ให้โอกาสกุนซืออีกสักนิด

นักเตะผีแดงวอนแฟนบอล ให้โอกาสกุนซืออีกสักนิด

นักเตะผีแดงออกมากล่าวผ่านสื่อว่าช่วงนี้ผลงานของทีมแม้ว่าจะไม่เป็นที่ถูกอกถูกใจของแฟนบอล กับนัดล่าสุดแค่เสมอ ปืนใหญ่ในบ้าน 1-1 เรียกร้องให้แฟนๆให้โอกาสกับกุนซือของทีมได้พิสูจน์ตัวเองอีกสักนิดและพวกเขาเองก็พร้อมที่จะทำตามแผนการเล่นของกุนซือ พร้อมที่จะทำผลงานในทุกนัดให้ออกมาดี

ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรในทีมนักเตะทุกคนยังสามัคคีกันอยู่ อย่าสนใจข่าวลือและให้กุนซือเป็นคนตัดสินใจถึงเรื่องความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นนักเตะอยากจะย้ายออก หรือการจัดตัวในการลงสนาม โดยหลังเกมนักเตะยอมรับว่าผลงานอาจไม่ถูกใจแฟนๆ แต่ก็กล่าวต่อว่า แฟนบอลมีสิทธิ์ที่จะวิพากษ์วิจารณ์แต่ขอให้เห็นใจกุนซือ

และนักเตะของทีมด้วยเพราะทุกคนทำหน้าที่อย่างดีที่สุด แต่นี่มันเป็นเกมฟุตบอลเราก็ต้องพยายามกันให้มากขึ้นและเราหวังที่จะทำผลงานให้ดีกว่านี้ กับเกมนี้มันเป็นเกมที่ยากคู่แข่งเขาเตรียมตัวมาดีเขาเต็มที่และเราก็เต็มที่เช่นกัน