ความบ้าคลั่งมันมีอยู่จริง

ความบ้าคลั่งมันมีอยู่จริง

ใครบอกว่าฟุตบอลมันเป็นแค่เกมกีฬาในสนาม นิยามนี้คงใช้ไม่ได้กับการแข่งขันในแถบอเมริกาใต้อย่างล่าสุดฟุตบอลนัดชิงชนะเลิศโคปา ลิเบอร์ตาโดเรส นัดชิงชนะเลิศนัดที่ 2 ระหว่าง ริเวอร์เพลท กับ โบคา จูเนียร์ส ที่ดูเหมือนว่าเหตุการณ์จะบานปลายจนไม่สามารถลงเล่นได้ และยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผลสรุปจะออกมาอย่างไรกันแน่ เนื่องจากแฟนบอลได้ก่อเหตุจลาจลทำให้เกมการแข่งขันต้องเลื่อนออกไปถึง 2 รอบอย่างไม่มีกำหนด และยังไม่มีคำตอบว่าสรุปแล้วจะแข่งกันต่อหรือไม่

ต้องยอมรับว่าแฟนบอลในอเมริกาใต้ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องความดิบ ป่าเถื่อน มานักต่อนักแล้ว ขนาดว่าสนามบอลแทบทุกสนามยังต้องมีการติดตั้งกรงเหล็กอย่างดีเพื่อไม่ให้แฟนบอลหลุดเข้าไปในสนามหวังไปทำร้ายผู้คนที่ไม่รู้เรื่องแต่กำลังทำหน้าที่ของตนเองอยู่ เหตุการณ์เหล่านี้หากใครติดตามฟุตบอลจากแถบนี้เป็นประจำ อาจมองว่ามันปกติ ทว่าจริง ๆ มันไม่น่าใช่เรื่องปกติสักเท่าไหร่นัก เพราะในโลกยุคนี้แล้วการตีกันเพราะเกมฟุตบอลมันไม่ใช่สาระสำคัญอะไรเลย

แถมการมีปัญหาระหว่างแฟนบอล มันน่าปวดหัวพออยู่แล้ว นี่บางทีพอรถบัสของนักเตะฝ่ายตรงข้ามวิ่งผ่าน ก็มีการปาข้าวของใส่รถจนกระจกแตกและนักเตะได้รับบาดเจ็บต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลอยู่หลายคนเหมือนกัน เป็นเรื่องแย่ ๆ ที่ผ่านมาหลายสิบปีก็ยังคงไม่มีอะไรดีขึ้นเลยจริง ๆ สำหรับฟุตบอลในอเมริกาใต้ อาจบอกได้ว่าหากคู่รักคู่แค้นตลอดกาลระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล, เรอัล มาดริด กับ บาร์เซโลน่า , เอซี มิลาน กับ อินเตอร์ มิลาน หรือแม้แต่ การท่าเรือ กับ เมืองทอง จะดุดันขนาดไหน ก็คงเทียบกับความรุนแรงระหว่างแฟนบอล 2 ทีมนี้ไม่ได้จริง ๆ เพราะมันโหดเกินบรรยายชนิดตำรวจก็เอาเหตุการณ์ไม่อยู่เหมือนกัน เข้าใจดีว่าฟุตบอลมันคือสายเลือดของพวกเขาและเมื่อเลือดขึ้นหน้าแล้วสิ่งใดก็ไม่สำคัญเท่ากับต้องเอากันให้ตาย

นี่ถึงขนาดมีคลิปว่าแฟนบอลสาวรายหนึ่งเอาพลุซ่อนไว้ในกางเกงของเด็กหญิงเพื่อหวังให้หลุดรอดเข้าไปในสนามแล้วใช้งาน ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะใช้ในเรื่องอะไรอีก ลำพังแค่เกมในสนามก็เดือดพออยู่แล้ว นี่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะเกิดขึ้นหรือไม่ บางทีบทสรุปของการแข่งขันคู่นี้อาจเป็นการแบ่งแชมป์กันไปเลยเพื่อจบปัญหาแบบขายผ้าเอาหน้ารอด ทว่าหากคิดในมุมที่ถูกต้อง หากเกิดเหตุแบบนี้ทุกปี มีหวังคงหมดสนุกและหมดสีสันในสนามกันแน่

ลิเวอร์พลู

อนาคตของป็อกบา ในช่วงเริ่มกลับมาปังอีกครั้ง !

ช่วงนี้กระแสข่าวที่มาแรงสุดๆ คงหนีไม่พ้นดีลที่ว่า “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า แห่งศึกลาลีกา สเปน กำลังให้ความสนใจในตัวของ ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ตัวเก่งแห่งทัพ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอนแรกๆ หลายคนมองว่านี่น่าจะเป็นแค่ข่าวลือหรือข่าวลวงเฉยๆ เพราะดูแล้วป็อกบาน่าจะอยู่กับทีมไปอีกนานด้วยสัญญาที่เหลือถึง 3 ปี แต่กลายเป็นว่าพอข่าวเริ่มประโคมมากขึ้น ดาวเตะรายนี้นอกจากไม่ตอบโต้แล้วเอเย่นต์ตัวร้ายอย่าง มิโน่ ไรโอล่า อาจเห็นดีเห็นงามกับการย้ายตัวครั้งนี้ด้วยนั่นเพราะเงิน

ใครๆก็รู้ว่าไรโอล่าคือเอเย่นต์ที่มองเรื่องของเงินเป็นหลักมาก่อนอยู่แล้ว ตอนที่ป็อกบาย้ายจากยูเวนตุสมายังถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยค่าตัวสถิติโลกตอนนั้นเชื่อว่าจริงแล้วค่าตัวของกองกลางเลือดเฟรนช์รายนี้ไม่ได้สูงระดับ 90 กว่าล้านปอนด์ แต่เพราะว่าไรโอล่าต้องการส่วนแบ่งเกือบๆ 20 ล้านปอนด์ ทำให้ค่าตัวของเขาพุ่งกระฉูด มาคราวนี้กับสัญญาอีก 3 ปี ที่ป็อกบาเหลืออยู่กับทีมหากต้องการดึงตัวเขาไปร่วมทีมจริงแว่วๆ มาว่าบาร์เซโลน่าอาจต้องจ่ายเงินก้อนโตถึงเกือบ 170 ล้านปอนด์ แล้วคราวนี้คิดดูว่าเอเย่นต์หน้าเลือดจะได้ส่วนแบ่งไปอีกเท่าไหร่?

บังเอิญว่าบาร์ซ่าทุนหนาใช่เล่นไป

กระนั้นทีมอย่างบาร์เซโลน่าไม่เคยเป็นรองใครในด้านดีลซื้อนักเตะด้วยพวกเขาคือทีมใหญ่ที่ประสบความสำเร็จตลอดทำให้ดาวเตะหลายคนใฝ่ฝันว่าอยากไปร่วมทีม จึงทำให้เกิดอีกกระแสข่าวว่าพวกเขาพร้อมจ่ายแค่ราวๆ 40 ล้านปอนด์บวกกับนักเตะอีก 2 คนในทีม งานนี้คงเล่นเอาบอร์ดบริหารแมนฯ ยูฯ หัวร้อนเป็นแถวกับการกระทำของยอดทีมแห่งสเปน เพราะการแถมนักเตะมาให้ 2 ตัวเพื่อรวมอยู่ในค่าตัวของป็อกบามันการันตีไม่ได้ว่าดาวเตะเหล่านั้นจะทำผลงานได้ดีขนาดไหน

อย่างไรก็ตามตลาดซื้อขายนักเตะของพรีเมียร์ลีกจะปิดตัวลงในวันนี้ (9/8/2018) แต่ลีกอื่นๆ ยังปิดช่วงสิ้นเดือนเหมือนเดิม นั่นหมายความว่านักเตะในพรีเมียร์ลีกสามารถย้ายออกได้แต่ย้ายเข้าไม่ได้ ดังนั้นเชื่อว่าสัญญาอีก 3 ปีที่เหลืออยู่น่าจะทำให้ซัมเมอร์นี้ป็อกบาจะยังคงอยู่กับทีมแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าในอนาคตช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคมพวกเขาจะกลับมาตอดดาวเตะรายนี้อีกหรือไม่ เหมือนกรณีของฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ของลิเวอร์พูล ดูแล้วป็อกบาเองคงมีใจอยากย้ายไปอยู่ไม่น้อย กับเกมรุกที่เร้าใจกว่า โอกาสคว้าแชมป์มากกว่า ใครก็อยากประสบความสำเร็จกันทั้งนั้น