เมื่อชีวิตหลังแขวนสตั๊ด ไม่ง่ายอย่างที่คิด สำหรับ ร็อบเบน

อาร์เยน ร็อบเบน นักเตะที่ชื่อดังที่ประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการไปเมื่อซัมเมอร์ปี 2019 หลังจากหมดสัญญากับ บาเยิร์น มิวนิค โดยปีกชาวดัตช์ใช้เวลา 12 เดือน โดยไม่ได้มีการเล่นฟุตบอลอย่างจริงจัง เพื่อใช้เวลาให้กับครอบครัวอย่างเต็มที่ หลังต้องค้าแข้งมาอย่างหนักตลอด 20 ปี ผ่านการเล่นให้กับทีมใหญ่มามากมาย ทั้ง เชลซี, เรอัล มาดริด และบาเยิร์น

แต่สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกลับไม่ได้เป็นเหมือนกับสิ่งที่ร็อบเบนคาดหวัง หลังต้องการกลับมาทำในสิ่งที่รัก เมื่อตัดสินใจเซ็นสัญญากับ โกรนิงเก้น อีกครั้ง โดยเป็นอดีตต้นสังกัดของนักเตะในช่วงที่เริ่มต้นอาชีพการค้าแข้ง และเซ็นสัญญากับทีมมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน โดยเป็นสัญญาจำนวน 1 ปี

การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เกมการแข่งขันในวงการฟุตบอลต้องเลื่อนออกไปจนมาถึงปัจจุบัน แต่ก็เริ่มกลับมาแข่งขันได้แล้วในหลายๆ ลีก ในขณะที่โกรนิงเก้นลงเล่นในเอเรดิวิชี่ลีก ฮอลแลนด์ ซึ่งถูกประกาศยกเลิกให้เป็นโมฆะในฤดูกาล 2019-20

แต่ปัญหาเดิมๆ สำหรับร็อบเบนก็คือ เรื่องอาการบาดเจ็บและความฟิต ในขณะที่ปัจจุบันสภาพร่างกายของนักเตะยังไม่มีความฟิตพอที่จะลงสนาม เมื่อโกรนิงเก้นมีคิวจะลงเล่นเกมอุ่นเครื่อง โดยพบกับพีอีซี ซโวลล์ ในคืนวันศุกร์นี้ หลังดาวเตะวัย 36 ปี ออกมายืนยันด้วยตัวเอง

ร็อบเบน กล่าวว่า “ผมต้องการกลับมาฟิตกว่านี้ ก่อนที่เกมการแข่งขันจะเริ่มต้น ผมกำลังซ้อมได้ดีมากๆ ในสัปดาห์นี้ กับสิ่งที่ทำไปมากมาย ผมตั้งใจทำมันอย่าง 100 เปอร์เซ็นต์ ผมอยู่ในตำแหน่งที่ดีในเวลานี้ การลงเล่นในสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป หลังจากไม่ได้เล่นฟุตบอลมา 1 ปี มันเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อคุณไม่ได้เล่นมานาน มันจึงต้องใช้เวลา”

“มันเป็นส่วนหนึ่งของความพยายาม คุณต้องทำให้ร่างกายกลับมาตอบสนองสำหรับการฝึกซ้อม เพื่อทำให้ร่างกายกลับมาชินกับมันอีกครั้ง มันต้องเป็นไปได้ด้วยดี แต่ผมคิดว่าตอนนี้มันยังไม่เพียงพอที่จะลงเล่น ผมต้องการรู้สึกให้พร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ ผมพร้อมสำหรับเกมการแข่งขัน สำหรับเรื่องนั้น ผมต้องการซ้อมกับกลุ่มนักเตะให้ได้ก่อน”

แดนนี่ ไบส์ เฮดโค้ชของโกรนิงเก้น กล่าวว่า “อาร์เยนต้องก้าวข้ามขีดจำกัดให้ได้ สำหรับโปรแกรมการฝึกซ้อมของเขาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และเขาก็แตะขีดจำกัดแล้ว เขาพยายามอย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อเขายังต้องทำในส่วนของร่างกายมากกว่านี้ กับการสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแกร่งกว่าเดิม มันเป็นอะไรที่เข้าใจได้ สำหรับนักเตะที่ไม่ได้ลงเล่นมา 1 ปี มันไม่ใช่เหตุผลที่พวกเราจะต้องยอมรับกับความเสี่ยง”

“พวกเราพูดในสิ่งที่พวกเราพูดมาก่อนหน้านี้ พวกเรามีจุดมุ่งหมายที่ยิ่งใหญ่ กับการรักษาความฟิตของอาร์เยน กับความเป็นไปได้ในเกมการแข่งขัน ถ้าเขาสามารถเล่นให้กับพวกเราได้ พวกเราก็ต้องการให้เขาลงเล่นให้กับพวกเราให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้”

ทำไม ติอาโก้ ต้องย้ายออกจากเสือใต้

ติอาโก้ อัลคันทาร่า ถูกรายงานข่าวเปิดเผยว่า ต้องการย้ายออกจาก บาเยิร์น มิวนิค ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยเป็น ลิเวอร์พูล ที่แสดงความสนใจในการคว้าตัวไปร่วมทีม เล่นเอาเดอะ ค็อป ฟินกันไปเป็นแถบๆ

แต่อย่างไรก็ตาม หากย้อนไปตอนที่กองกลางชาวสเปนต่อสัญญาฉบับใหม่กับบาเยิร์น ในปี 2017 ตัวนักเตะกล่าวว่า “ผมต้องการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กับสโมสรนี้ ผมจะอยู่ที่นี่จนกว่าจะคว้าแชมป์รายการนี้” ซึ่งช่วงเวลาที่ผ่านมา ทีมจากเยอรมันยังไม่สามารถประสบความสำเร็จรายการนี้ได้เลย ในขณะที่ตัวติอาโก้ได้แชมป์รายการนี้ครั้งล่าสุด คือตอนที่อยู่กับบาร์เซโลน่าในปี 2011 แต่กลับลงสนามให้กับทีมในเวลานั้นเพียงเกมเดียวเท่านั้นในรอบแบ่งกลุ่ม

กับโอกาสที่ไม่ได้รับจากบาร์ซ่าอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเหตุผลที่ตัดสินใจย้ายออกจากคัมป์ นู และย้ายมาร่วมงานกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า อีกครั้ง โดยติอาโก้มีส่วนร่วมกับการคว้าแชมป์บุนเดสลีกามา 7 สมัยติดต่อกัน รวมถึงเดเอฟเบ โพคาล และซูเปอร์ คัพ เยอรมัน แต่รายการแชมเปี้ยนส์ลีก กลับเป็นสิ่งที่ขาดหายไป

ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน บาเยิร์น กับภายใต้การคุมทีมของฮานซี่ ฟลิค ผลงานของทีมกำลังมาดี คว้าแชมป์บุนเดสลีกา และเดเอฟเบ โพคาล ไปได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทีมยังมีลุ้นในแชมเปี้ยนส์ลีก เมื่ออยู่ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย และเลกแรกบุกไปเอาชนะเชลซี ได้ 3-0 ถึงสแตมฟอร์ด บริดจ์

กับความหวังในการคว้าแชมป์ยุโรปถ้วยใหญ่ของติอาโก้มีความเป็นไปได้สูงในเวลานี้ แม้จะเพิ่งลงเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่ความพร้อมทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจของขุมกำลังในทีมก็ดูพร้อมเอามากๆ จึงน่าแปลกใจสำหรับข่าวลือที่ออกมา

เดิมทีดาวเตะวัย 29 ปี เตรียมที่จะต่อสัญญาฉบับใหม่กับเสือใต้ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ติอาโก้กลับเปลี่ยนใจในช่วงท้าย โดยสำนักข่าวบิลด์ อ้างว่า นักเตะต้องการย้ายไปยังลิเวอร์พูลเพื่อร่วมงานกับเจอร์เก้น คล็อปป์

แน่นอนว่าข่าวลือเรื่องการย้ายออกจากบาเยิร์นมีมาตลอด ทั้งติอาโก้, เยโรม บัวเต็ง, อาร์ตูโร่ วิดัล และฮวน เบร์นาท โดยสองรายแรกยังอยู่กับทีมต่อไป ในขณะที่สองรายหลังย้ายออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อดูจากการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหาร และอดีตนักเตะระดับตำนานของทีมออกมากล่าวเป็นนัยถึงการย้ายออกจากอัลลิอันซ์ อารีน่า ทั้งหมด ยิ่งมีความเป็นไปได้สูงที่ติอาโก้จะย้ายออกจากทีม เมื่อนักเตะเหลือสัญญาอยู่กับทีมจนถึงปี 2021 เท่านั้น และเชื่อว่า ไม่ว่าผลการแข่งขันในฟุตบอลแชมเปี้ยนส์ลีกจะเป็นอย่างไร ฤดูกาล 2020-21 ของบาเยิร์น คงไม่มีนักเตะที่ชื่อว่า ติอาโก้ อยู่ในทีมแล้ว

ร็อบเบน อาจจะกลับมาเล่นฟุตบอลอีกครั้ง หลังเลิกเล่นไม่ถึงปี

อาร์เยน ร็อบเบน อดีตปีกชาวดัตช์ ออกมากล่าวยอมรับว่า ตัวเขากำลังพิจารณาในการกลับมาเล่นฟุตบอลอีกครั้ง แม้จะประกาศแขวนสตั๊ดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากหมดสัญญากับบาเยิร์น มิวนิค เมื่อซัมเมอร์ล่าสุด อดีตนักเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์ เคยลงเล่นให้กับสโมสรโกรนิงเก้น, พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น, เชลซี, เรอัล มาดริด และบาเยิร์น โดยคว้าแชมป์ลีกได้ทั้งในประเทศเนเธอร์แลนด์, อังกฤษ และสเปน ก่อนที่จะขึ้นสู่จุดสูงสุดเมื่อตอนที่ค้าแข้งในประเทศเยอรมนี

แม้ร็อบเบน จะเป็นนักเตะที่มีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ตลอด แต่นักเตะก็ลงเล่นให้กับทีมยักษ์ใหญ่ของเยอรมันเกือบ 1 ทศวรรษ ผ่านการคว้าแชมป์บุนเดสลีกา 8 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย ร็อบเบน เป็นข่าวอย่างหนักกับการย้ายกลับมาค้าแข้งในบ้านเกิดฮอลแลนด์ ทั้งโกรนิงเก้น และพีเอสวี หลังจากหมดสัญญากับบาเยิร์น ก่อนที่จะแขวนสตั๊ด แต่สุดท้าย การย้ายทีมก็ไม่ได้เกิดขึ้น ทำให้ตัดสินใจประกาศยุติการเล่นฟุตบอลอาชีพ

ร็อบเบน ออกมากล่าวยอมรับเป็นครั้งแรกถึงโอกาสในการกลับมาวาดรวดลายในการเล่นฟุตบอลอีกครั้ง แม้จะอายุ 36 ปีแล้วในตอนนี้ ท่ามกลางการระบาดของไวรัสโควิด-19 และทำให้เกมการแข่งขันถูกประกาศเลื่อนเกมการแข่งขันออกไป “ในตอนแรก ผมไม่ได้มีความคิดถึงฟุตบอลเลย แต่หลังจากนั้น มันก็มีความรู้สึกจี๊ดๆ ออกมาเหมือนกัน และผมก็มีความคิดเหมือนกัน ว่าอาจจะกลับมาเล่นอีกสักหน่อยก็ได้ กับช่วงเวลานี้ ผมยังคิดถึงมันอยู่ กับไวรัสนี้ มันเป็นช่วงเวลาที่แปลกมากๆ สำหรับทุกคน และเมื่อฟุตบอลมันกลับมาในตอนนี้ แต่บางที มันอาจจะทำให้ผมได้มาอยู่ที่นี่อีกครั้ง ผมต้องการอยู่จุดนี้ไปตลอด” ร็อบเบน กล่าวกับช่องพอดคาสต์ของบาเยิร์น

ร็อบเบน ยืนยันถึงการเป็นแฟนบอลของเสือใต้ นับตั้งแต่ออกมาจากสโมสร แม้ว่าตัวเขาจะไม่ได้ลงเล่นให้กับทีม “ผมคิดถึงเกมการแข่งขันมากๆ แต่ผมก็ยุ่งมากเหมือนกัน ผมไม่เคยวางแผนอะไรเลย สำหรับเรื่องส่วนตัวของผม เมื่อคุณแขวนสตั๊ด ไม่มีใครรอคุณอยู่แล้ว แต่บางครั้งคุณก็ต้องการสิ่งที่สร้างความตื่นเต้นให้กับชีวิตเหมือนกัน รวมถึงลูกๆ ของผมด้วย และยังกล่าวถึงการทำหน้าที่โค้ชให้กับลูกๆ ของเขา กับการฝึกซ้อมลูกบอล แต่เจ้าตัวก็ยังยืนยันว่า ยังไม่ได้มีการตัดสินใจใดๆ ทังนั้นในเวลานี้ ผมไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษในใจ” ทั้งนี้ร็อบเบน ยังเป็นหนึ่งในนักเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์ กับการคว้ารองแชมป์ฟุตบอลโลก ในปี 2010 หลังจากแพ้ให้กับทีมชาติสเปน ไปด้วยสกอร์ 1-0 ในนัดชิงชนะเลิศ