เอ็นริเก้ เชื่อ เจอร์ราร์ด คือกุนซือ หงส์แดง ในอนาคต แต่ดีเท่า คล็อปป์ คงยาก

ทุกๆคนน่าจะรู้ดีว่า อดีตกัปตันทีมของสโมสร จะกลับมาเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล อย่างแน่นอน แต่ก็ยังไม่ควรที่จะรีบร้อนนัก อดีตเพื่อนร่วมทีมของเขา กล่าว

โฆเซ่ เอ็นริเก้ เชื่อว่า สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด นั้นจะกลับมาเป็นผู้จัดการทีมของ ลิเวอร์พูล ในอนาคต อย่างแน่นอน แต่ก็คงไม่ง่าย ที่จะประสบความสำเร็จได้เหมือนกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือคนปัจจุบัน

เจอร์ราร์ด นั้นกำลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์ การเป็นผู้จัดการทีมอยู่ในสก็อตแลนด์ กับสโมสร เรนเจอร์ ซึ่งผลงานก็ยอดเยี่ยม และกำลังนำเป็นจ่าฝูงของลีก “แน่นอน เขาจะเป็นกุนซือของ ลิเวอร์พูล ในอนาคต และทุกคนก็น่าจะรู้ดีในเรื่องนี้” เอ็นริเก้ กล่าว

“อาจจะยังไม่รู้ว่าตอนไหน ซึ่งผมยังมองว่า เขาเองก็ยังไม่จำเป็นที่จะต้องรีบร้อนเช่นกัน ผมเชื่อว่า เขาจะเข้ามาทำงานต่อจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ แน่นอน แต่ถ้าถามว่า แล้วเขาจะประสบความสำเร็จได้เหมือนกันหรือไม่ อันนี้ผมก็ว่าคงเป็นเรื่องที่ยากมากเลยทีเดียว”

คล็อปป์ อัพเดทอาการบาดเจ็บของ โชต้า แม้ยังไม่มีวันรีเทิร์นแน่ชัด

กองหน้าชาวโปรตุเกสรายนี้ คาดว่าจะยังคงต้องพักไปอีกหลายสัปดาห์ ซึ่งผู้จัดการทีมของเขา ก็ไม่ได้เร่งรีบใช้งานเขามากนัก และยังอยากให้เขาพักอย่างเต็มที่ต่อไป

ดิโอโก้ โชต้า นั้นกลับมามีสภาพร่างกายที่ดีขึ้นเรื่อยๆแล้ว หลังจากที่เขา ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่า แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีวันแน่นอน ว่าเขาจะกลับมาลงสนามให้กับทีมได้ในตอนไหน

นักเตะชาวโปรตุเกสรายนี้ ย้ายจาก วูล์ฟแฮมตัน มาเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 45 ล้านปอนด์ ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทันที “หลังจากเวลาผ่านไปสักระยะ เราก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ว่าเขาจะกลับมาได้ตอนไหน” คล็อปป์ กล่าว

“เรารู้ดีว่าเขาเจอกับปัญหาอะไร ดังนั้นไม่มีใครเลย ที่จะเร่งรีบให้เขากลับมาช่วยงานของเราตอนนี้ อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างมันผ่านไปด้วยดี อาการของเขาดีขึ้นเรื่อยๆแล้ว ซึ่งคงต้องรอดูกันต่อไป ว่าเขาจะกลับมาได้ตอนไหน”

ทำไม ติอาโก้ ต้องย้ายออกจากเสือใต้

ติอาโก้ อัลคันทาร่า ถูกรายงานข่าวเปิดเผยว่า ต้องการย้ายออกจาก บาเยิร์น มิวนิค ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยเป็น ลิเวอร์พูล ที่แสดงความสนใจในการคว้าตัวไปร่วมทีม เล่นเอาเดอะ ค็อป ฟินกันไปเป็นแถบๆ

แต่อย่างไรก็ตาม หากย้อนไปตอนที่กองกลางชาวสเปนต่อสัญญาฉบับใหม่กับบาเยิร์น ในปี 2017 ตัวนักเตะกล่าวว่า “ผมต้องการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กับสโมสรนี้ ผมจะอยู่ที่นี่จนกว่าจะคว้าแชมป์รายการนี้” ซึ่งช่วงเวลาที่ผ่านมา ทีมจากเยอรมันยังไม่สามารถประสบความสำเร็จรายการนี้ได้เลย ในขณะที่ตัวติอาโก้ได้แชมป์รายการนี้ครั้งล่าสุด คือตอนที่อยู่กับบาร์เซโลน่าในปี 2011 แต่กลับลงสนามให้กับทีมในเวลานั้นเพียงเกมเดียวเท่านั้นในรอบแบ่งกลุ่ม

กับโอกาสที่ไม่ได้รับจากบาร์ซ่าอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเหตุผลที่ตัดสินใจย้ายออกจากคัมป์ นู และย้ายมาร่วมงานกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า อีกครั้ง โดยติอาโก้มีส่วนร่วมกับการคว้าแชมป์บุนเดสลีกามา 7 สมัยติดต่อกัน รวมถึงเดเอฟเบ โพคาล และซูเปอร์ คัพ เยอรมัน แต่รายการแชมเปี้ยนส์ลีก กลับเป็นสิ่งที่ขาดหายไป

ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน บาเยิร์น กับภายใต้การคุมทีมของฮานซี่ ฟลิค ผลงานของทีมกำลังมาดี คว้าแชมป์บุนเดสลีกา และเดเอฟเบ โพคาล ไปได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทีมยังมีลุ้นในแชมเปี้ยนส์ลีก เมื่ออยู่ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย และเลกแรกบุกไปเอาชนะเชลซี ได้ 3-0 ถึงสแตมฟอร์ด บริดจ์

กับความหวังในการคว้าแชมป์ยุโรปถ้วยใหญ่ของติอาโก้มีความเป็นไปได้สูงในเวลานี้ แม้จะเพิ่งลงเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่ความพร้อมทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจของขุมกำลังในทีมก็ดูพร้อมเอามากๆ จึงน่าแปลกใจสำหรับข่าวลือที่ออกมา

เดิมทีดาวเตะวัย 29 ปี เตรียมที่จะต่อสัญญาฉบับใหม่กับเสือใต้ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ติอาโก้กลับเปลี่ยนใจในช่วงท้าย โดยสำนักข่าวบิลด์ อ้างว่า นักเตะต้องการย้ายไปยังลิเวอร์พูลเพื่อร่วมงานกับเจอร์เก้น คล็อปป์

แน่นอนว่าข่าวลือเรื่องการย้ายออกจากบาเยิร์นมีมาตลอด ทั้งติอาโก้, เยโรม บัวเต็ง, อาร์ตูโร่ วิดัล และฮวน เบร์นาท โดยสองรายแรกยังอยู่กับทีมต่อไป ในขณะที่สองรายหลังย้ายออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อดูจากการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหาร และอดีตนักเตะระดับตำนานของทีมออกมากล่าวเป็นนัยถึงการย้ายออกจากอัลลิอันซ์ อารีน่า ทั้งหมด ยิ่งมีความเป็นไปได้สูงที่ติอาโก้จะย้ายออกจากทีม เมื่อนักเตะเหลือสัญญาอยู่กับทีมจนถึงปี 2021 เท่านั้น และเชื่อว่า ไม่ว่าผลการแข่งขันในฟุตบอลแชมเปี้ยนส์ลีกจะเป็นอย่างไร ฤดูกาล 2020-21 ของบาเยิร์น คงไม่มีนักเตะที่ชื่อว่า ติอาโก้ อยู่ในทีมแล้ว

ไคล์ วอล์คเกอร์ ยอมรับชะตากรรมไล่ตามหงส์ลำบากแล้ว

ก่อนหน้านี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เคยพูดเอาไว้ว่าการไล่ตาม หงส์แดง ตอนนี้จัดเป็นงานที่ยากเพราะคะแนนห่างกันอยู่หลายแต้ม ล่าสุด ไคล์ วอล์คเกอร์ นักเตะของแมนเชสเตอร์ซิตี้ก็ออกมากล่าวว่าตอนนี้เราตามหลังพวกเขาถึง 14 แต้มมันเป็นงานที่ยาก

แต่เราจะยังไม่ยอมแพ้ แม้ว่าพวกเขาจะฟอร์มดี มีดวงที่แข็งกับการลงสนามในทุกนัด พวกเขาก็ยังทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีกรณีปัญหาเกิดขึ้นหลายครั้ง แต่นั่นเป็นสิ่งที่ท้าทายพวกเรา ว่าจะทำได้ดีอย่างพวกเขาหรือไม่

และการไล่ตามมันเป็นอะไรที่สนุ กเราเคยไล่ตามอย่างนี้ และสุดท้ายเราก็เป็นฝ่ายชนะครั้งนี้เราก็จะยังไม่ยอมแพ้เช่นเดียวกัน ก็ต้องดูกันว่าจะทำได้อย่างที่หวังหรือไม่เพราะระยะนี้ เรือใบเองก็ช๊อตไปดื้อๆ เหมือนกัน

ความบ้าคลั่งมันมีอยู่จริง

ความบ้าคลั่งมันมีอยู่จริง

ใครบอกว่าฟุตบอลมันเป็นแค่เกมกีฬาในสนาม นิยามนี้คงใช้ไม่ได้กับการแข่งขันในแถบอเมริกาใต้อย่างล่าสุดฟุตบอลนัดชิงชนะเลิศโคปา ลิเบอร์ตาโดเรส นัดชิงชนะเลิศนัดที่ 2 ระหว่าง ริเวอร์เพลท กับ โบคา จูเนียร์ส ที่ดูเหมือนว่าเหตุการณ์จะบานปลายจนไม่สามารถลงเล่นได้ และยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผลสรุปจะออกมาอย่างไรกันแน่ เนื่องจากแฟนบอลได้ก่อเหตุจลาจลทำให้เกมการแข่งขันต้องเลื่อนออกไปถึง 2 รอบอย่างไม่มีกำหนด และยังไม่มีคำตอบว่าสรุปแล้วจะแข่งกันต่อหรือไม่

ต้องยอมรับว่าแฟนบอลในอเมริกาใต้ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องความดิบ ป่าเถื่อน มานักต่อนักแล้ว ขนาดว่าสนามบอลแทบทุกสนามยังต้องมีการติดตั้งกรงเหล็กอย่างดีเพื่อไม่ให้แฟนบอลหลุดเข้าไปในสนามหวังไปทำร้ายผู้คนที่ไม่รู้เรื่องแต่กำลังทำหน้าที่ของตนเองอยู่ เหตุการณ์เหล่านี้หากใครติดตามฟุตบอลจากแถบนี้เป็นประจำ อาจมองว่ามันปกติ ทว่าจริง ๆ มันไม่น่าใช่เรื่องปกติสักเท่าไหร่นัก เพราะในโลกยุคนี้แล้วการตีกันเพราะเกมฟุตบอลมันไม่ใช่สาระสำคัญอะไรเลย

แถมการมีปัญหาระหว่างแฟนบอล มันน่าปวดหัวพออยู่แล้ว นี่บางทีพอรถบัสของนักเตะฝ่ายตรงข้ามวิ่งผ่าน ก็มีการปาข้าวของใส่รถจนกระจกแตกและนักเตะได้รับบาดเจ็บต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลอยู่หลายคนเหมือนกัน เป็นเรื่องแย่ ๆ ที่ผ่านมาหลายสิบปีก็ยังคงไม่มีอะไรดีขึ้นเลยจริง ๆ สำหรับฟุตบอลในอเมริกาใต้ อาจบอกได้ว่าหากคู่รักคู่แค้นตลอดกาลระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล, เรอัล มาดริด กับ บาร์เซโลน่า , เอซี มิลาน กับ อินเตอร์ มิลาน หรือแม้แต่ การท่าเรือ กับ เมืองทอง จะดุดันขนาดไหน ก็คงเทียบกับความรุนแรงระหว่างแฟนบอล 2 ทีมนี้ไม่ได้จริง ๆ เพราะมันโหดเกินบรรยายชนิดตำรวจก็เอาเหตุการณ์ไม่อยู่เหมือนกัน เข้าใจดีว่าฟุตบอลมันคือสายเลือดของพวกเขาและเมื่อเลือดขึ้นหน้าแล้วสิ่งใดก็ไม่สำคัญเท่ากับต้องเอากันให้ตาย

นี่ถึงขนาดมีคลิปว่าแฟนบอลสาวรายหนึ่งเอาพลุซ่อนไว้ในกางเกงของเด็กหญิงเพื่อหวังให้หลุดรอดเข้าไปในสนามแล้วใช้งาน ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะใช้ในเรื่องอะไรอีก ลำพังแค่เกมในสนามก็เดือดพออยู่แล้ว นี่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะเกิดขึ้นหรือไม่ บางทีบทสรุปของการแข่งขันคู่นี้อาจเป็นการแบ่งแชมป์กันไปเลยเพื่อจบปัญหาแบบขายผ้าเอาหน้ารอด ทว่าหากคิดในมุมที่ถูกต้อง หากเกิดเหตุแบบนี้ทุกปี มีหวังคงหมดสนุกและหมดสีสันในสนามกันแน่

ลิเวอร์พลู

สเตอร์ลิ่ง ไม่ได้ใกล้เคียงต่อสัญญาใหม่เรือใบ

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยักษ์ใหญ่ของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไม่ได้ใกล้เคียงที่จะต่อสัญญาฉบับใหม่กับสโมสรออกไปเลย ดาวเตะวัย 23 ปี ได้เซ็นสัญญาย้ายจากลิเวอร์พูลเข้ามาร่วมทีมแมนฯ ซิตี้ ด้วยสัญญา 5 ปี เมื่อปี 2015 และทำให้เจ้าตัวมีสัญญาอยู่กับทีมไปจนถึงปี 2020 หรือหลังจบฤดูกาลหน้า

สเตอร์ลิ่ง ทำไปได้ 47 ประตู จากการลงสนาม 144 เกมรวมทุกรายการให้กับเรือใบสีฟ้า และทำไปได้ 23 ประตู ให้กับทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในฤดูกาลที่ผ่านมา ปีกทีมชาติอังกฤษ ทำไปได้แล้ว 3 ประตู จากการลงสนาม 4 เกมในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ และคาดการณ์ว่า สเตอร์ลิ่งมีโอกาสที่จะกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดของสโมสร ถ้าหากตกลงต่อสัญญาฉบับใหม่ได้สำเร็จ

สำนักข่าวเดอะ การ์เดี้ยน ของแดนผู้ดี ออกมาเปิดเผยว่า ซิตี้ และสเตอร์ลิ่ง ได้มีการเจรจาเรื่องการต่อสัญญาฉบับใหม่มาตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ตอนนี้กลับยังไม่ได้ใกล้เคียงที่จะตกลงกันได้เลย ปัจจุบันเจ้าตัวรับค่าเหนื่อยกับทีมเรือใบสีฟ้า อยู่ที่ 170,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ โดยคาดการณ์ว่า นักเตะต้องการได้ค่าเหนื่อยอย่างน้อย 220,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ จากสัญญาฉบับใหม่

มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ของสเตอร์ลิ่ง หวังที่จะจัดการเรื่องการต่อสัญญาฉบับใหม่กับนักเตะในความดูแลของเขาให้เสร็จสิ้น ก่อนที่จะถึงตลาดซื้อขายนักเตะในช่วงหน้าหนาว หรือเดือนมกราคมนี้

มาเกเลเล่ มั่นใจ ซาร์รี่ สร้างประวัติศาสตร์กับ เชลซี ได้

โคล้ด มาเกเลเล่ อดีตกองกลางของสโมสรเชลซี ยืนยันว่าเวลานี้ เมาริซิโอ ซาร์รี่ มีทรัพยากรผู้เล่นที่เหมาะสมในการทำทีมของตนเองเพื่อสร้างประวัติศาสตร์ ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์

ผู้จัดการทีมชาวอิตาเลียน เริ่มต้นงานของตนเองได้อย่างน่าประทับใจภายหลังจากที่นำทีมเอาชนะในลีกมาแล้ว 4 นัดรวดติดต่อกัน และเป็น 1 ใน 3 ทีมที่ทำได้ในขณะนี้ ร่วมกับ ลิเวอร์พูล และ วัตฟอร์ด

มาเกเลเล่ ซึ่งเคยมาเล่นให้กับเชลซี อยู่ 5 ฤดูกาล มั่นใจว่าทีมเก่าของตนเองสามารถกลับไปท้าทายการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับ แมนเขสเตอร์ ซิตี้ ได้อย่างแน่นอนด้วยคุณภาพของผู้เล่นที่มีให้กับ ซาร์รี่ ได้เลือกใช้

“ผมคิดว่า เชลซี เปลี่ยนไปเยอะ ก่อนหน้านี้มีทีมจำนวนมากในพรีเมียร์ลีก ซึ่งจะแข่งขันกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และตอนนี้เรามีทีมที่มีขนาดเล็กแต่ก็มีผู้เล่นที่ดี มันเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขาที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ได้ผมเชื่อมั่นว่าเรายังคงมีนักเตะที่ดีอยู่ เอแดน อาซาร์ อยู่ที่นั่น เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ก็อยู่ที่นั่น ผู้เล่นเหล่านี้ให้สิ่งที่แตกต่างกับ เชลซี มากกว่าที่เราเคยรู้มาก่อนกับ เชลซี ผมคิดว่าเขามีความสามารถในการสร้างประวัติศาสตร์ให้กับ เชลซี อีกครั้ง” อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสให้สัมภาษณ์กับ FourFourTwo เชลซี จะกลับมาลงเล่นในฟรีเมียร์ลีกนัดต่อไปในช่วงบ่ายวันเสาร์ โดยจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ที่ยังเอาชนะใครไม่ได้เลยตั้งแต่เปิดฤดูกาล

อลิสสันประเดิมสวย มิลเนอร์เปิด – ซาลาห์ตาม “หงส์” ยิงนาโปลี ยับ 5-0

อลิสสัน เบ็คเกอร์ ประเดิมสนามให้กับต้นสังกัดใหม่ของเขาได้อย่างงดงาม หลังลิเวอร์พูลดาหน้ายิงถล่ม นาโปลี ยับเยิน 5 ประตูต่อ 0 ในเกมพรีซีซั่นที่ ดับลิน พร้อมทั้งสามารถรักษาคลีนชีตไว้ได้ ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ใช้เวลาแค่ 4 นาทีในการหาประตูแรก หลัง เจมส์ มิลเนอร์ รับลูกผ่านตัดหลังของ ซาดิโอ มาเน่ ก่อนจะแปลด้วยเท้าซ้ายจากนอกกรอบเขตโทษให้ลิเวอร์พูลออกนำไปก่อน 1 ประตูต่อ 0 จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม บวกลูกที่ 2 ให้กับทีม หลัง เจมส์ มิลเนอร์คนเดิม ครอสจากริมเส้นฝั่งขวาให้ ไวจ์นัลดุม โหม่งเหน่งๆขึ้นนำ 2 ประตูต่อ 0 โมฮัมเม็ด ซาลาห์ ก็ไม่ทำให้แฟนๆที่ ดับลิน ต้องรอเก้อ หลังได้ลูกเก็บตกบนบริเวณหน้าปากประตู ก่อนจะปั้นโค้งๆด้วยเท้าซ้าย บอลโค้งเสียบสามเหลี่ยม ช่วยให้ลิเวอร์พูลขึ้นนำ 3 ประตูต่อ 0

แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ที่ถูกส่งลงมาในช่วงครึ่งเวลาหลัง พลาดโอกาสบวกลูกที่ 4 ให้กับทีมหลังหลุดขึ้นมาทางด้านซ้าน ก่อนชิพผ่านหน้าปากประตูออกไปอย่างได้ลุ้น แต่ในที่สุด สเตอร์ริดจ์ ก็แก้ตัวได้สำเร็จในนาทีที่ 73 หลังซ้ำลูกยิงของ ดิว็อก โอรีกิ จากนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งซุกก้นตาข่าย หงส์แดงออกนำ 4 ประตูต่อ 0 ปิดท้ายด้วยลูกยิงสุดสวยของ อัลแบร์โต้ โมเรโน่ หลังซัดด้วยเท้าซ้ายที่เสาแรก บอลพุ่งผ่านมือ โอเรสติส คาร์เนซิส ลิเวอร์พูลปิดกล่อง ถล่ม นาโปลีไป 5 ประตูต่อ 0