อดีตผู้อำนวยการโมนาโก เชื่อ ถ้า เอ็มปัปเป้ ไป มาดริด รับรองยิ่งใหญ่ กว่า โรนัลโด

อดีตผู้อำนวยการโมนาโก เชื่อ ถ้า เอ็มปัปเป้ ไป มาดริด รับรองยิ่งใหญ่ กว่า โรนัลโด

หลุยส์ กัมโปส เชื่อว่ากองหน้าดาวรุ่งของปารีส แซงต์ แชร์กแมง น่าจะย้ายไปเล่นให้กับ เรอัล มาดริด ซึ่งโชคชะตาของเขา จะได้กลายเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลกได้อย่างแน่นอน หลุยส์ กัมโปส อดีตผู้อำนวยการสโมสรโมนาโก เชื่อว่า คีเลียน เอ็มปัปเป้ จะกลายเป็นนักเตะระดับโลกได้แน่นอน ถ้าหากย้ายไปเล่นให้กับ เรอัล มาดริด และเขาจะได้รับรางวัลบัลลงดอร์ มากกว่าที่คริสเตียนโน โรนัลโด เคยได้ด้วย

ด้วยวัยเพียง 20 ปี ตัวรุกของปารีส แซงต์ แชร์กแมง รายนี้ ได้แชมป์และได้รางวัลมาแล้วมากมาย มากกว่าผลงานทั้งชีวิตของนักเตะอีกหลายคน เขาคว้าแชมป์ ลีกเอิง ฝรั่งเศส มาแล้ว 2 สมัย แชมป์โลก 1 สมัย แถมได้รางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของโลกมาแล้ว

กัมโปส กล่าว “คีเลีย ทำให้เห็นว่าเขาเป็นนักเตะระดับแชมป์ ผมมองเขาไว้แล้วว่า อนาคตน่าจะต้องไปเล่นให้กับเรอัล มาดริด เพราะว่าน่าจะเป็นสโมสรที่เหมาะกับเขามากที่สุด และเขาจะยิ่งเป็นสุดยอดนักเตะไปอีกแน่นอน ในอนาคต ผมคิดภาพไว้แล้วว่าผมจะไปนั้งชมเกมที่เรอัล มาดริด และสนุกสนานที่ได้เห็น เอ็มปัปเป้ เล่น”

“ทุกวันนี้ เขาเป็นนักเตะที่ดีกว่าเนย์มาร์ไปแล้ว และในอนาคต เขาจะต้องสุดยอดมากกว่าคริสเตียนโน โรนัลโด แน่นอน และเขาจะต้องได้รางวัลบัลลงดอร์ มาครองได้อย่างไม่ต้องสงสัย”

ความบ้าคลั่งมันมีอยู่จริง

ความบ้าคลั่งมันมีอยู่จริง

ใครบอกว่าฟุตบอลมันเป็นแค่เกมกีฬาในสนาม นิยามนี้คงใช้ไม่ได้กับการแข่งขันในแถบอเมริกาใต้อย่างล่าสุดฟุตบอลนัดชิงชนะเลิศโคปา ลิเบอร์ตาโดเรส นัดชิงชนะเลิศนัดที่ 2 ระหว่าง ริเวอร์เพลท กับ โบคา จูเนียร์ส ที่ดูเหมือนว่าเหตุการณ์จะบานปลายจนไม่สามารถลงเล่นได้ และยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผลสรุปจะออกมาอย่างไรกันแน่ เนื่องจากแฟนบอลได้ก่อเหตุจลาจลทำให้เกมการแข่งขันต้องเลื่อนออกไปถึง 2 รอบอย่างไม่มีกำหนด และยังไม่มีคำตอบว่าสรุปแล้วจะแข่งกันต่อหรือไม่

ต้องยอมรับว่าแฟนบอลในอเมริกาใต้ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องความดิบ ป่าเถื่อน มานักต่อนักแล้ว ขนาดว่าสนามบอลแทบทุกสนามยังต้องมีการติดตั้งกรงเหล็กอย่างดีเพื่อไม่ให้แฟนบอลหลุดเข้าไปในสนามหวังไปทำร้ายผู้คนที่ไม่รู้เรื่องแต่กำลังทำหน้าที่ของตนเองอยู่ เหตุการณ์เหล่านี้หากใครติดตามฟุตบอลจากแถบนี้เป็นประจำ อาจมองว่ามันปกติ ทว่าจริง ๆ มันไม่น่าใช่เรื่องปกติสักเท่าไหร่นัก เพราะในโลกยุคนี้แล้วการตีกันเพราะเกมฟุตบอลมันไม่ใช่สาระสำคัญอะไรเลย

แถมการมีปัญหาระหว่างแฟนบอล มันน่าปวดหัวพออยู่แล้ว นี่บางทีพอรถบัสของนักเตะฝ่ายตรงข้ามวิ่งผ่าน ก็มีการปาข้าวของใส่รถจนกระจกแตกและนักเตะได้รับบาดเจ็บต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลอยู่หลายคนเหมือนกัน เป็นเรื่องแย่ ๆ ที่ผ่านมาหลายสิบปีก็ยังคงไม่มีอะไรดีขึ้นเลยจริง ๆ สำหรับฟุตบอลในอเมริกาใต้ อาจบอกได้ว่าหากคู่รักคู่แค้นตลอดกาลระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล, เรอัล มาดริด กับ บาร์เซโลน่า , เอซี มิลาน กับ อินเตอร์ มิลาน หรือแม้แต่ การท่าเรือ กับ เมืองทอง จะดุดันขนาดไหน ก็คงเทียบกับความรุนแรงระหว่างแฟนบอล 2 ทีมนี้ไม่ได้จริง ๆ เพราะมันโหดเกินบรรยายชนิดตำรวจก็เอาเหตุการณ์ไม่อยู่เหมือนกัน เข้าใจดีว่าฟุตบอลมันคือสายเลือดของพวกเขาและเมื่อเลือดขึ้นหน้าแล้วสิ่งใดก็ไม่สำคัญเท่ากับต้องเอากันให้ตาย

นี่ถึงขนาดมีคลิปว่าแฟนบอลสาวรายหนึ่งเอาพลุซ่อนไว้ในกางเกงของเด็กหญิงเพื่อหวังให้หลุดรอดเข้าไปในสนามแล้วใช้งาน ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะใช้ในเรื่องอะไรอีก ลำพังแค่เกมในสนามก็เดือดพออยู่แล้ว นี่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะเกิดขึ้นหรือไม่ บางทีบทสรุปของการแข่งขันคู่นี้อาจเป็นการแบ่งแชมป์กันไปเลยเพื่อจบปัญหาแบบขายผ้าเอาหน้ารอด ทว่าหากคิดในมุมที่ถูกต้อง หากเกิดเหตุแบบนี้ทุกปี มีหวังคงหมดสนุกและหมดสีสันในสนามกันแน่

ลิเวอร์พลู