ลินเดอเลิฟ ได้ค่าเหนื่อยเพิ่มเติมหากต่อสัญญาใหม่

ลินเดอเลิฟ ได้ค่าเหนื่อยเพิ่มเติมหากต่อสัญญาใหม่

ใครว่า manchester united ไม่เหลียวแลนักเตะเก่า ล่าสุดนั้นทางฝ่ายบริหารเตรียมพร้อมที่จะขยายสัญญากับนักเตะหลายคน และ วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ เป็นหนึ่งในนั้นที่จะได้รับค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้นซึ่งบรรดากูรูมองว่าแม้จะได้ค่าเหนื่อยเป็น 150,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ แต่ก็ยังน้อยกว่านักเตะอีกหลาย
คนที่เล่นในตำแหน่งเดียวกันกับเข าแต่มันก็เพียงพอกับความสามารถของเขาในตอนนี้และอาจจะรั้งให้นักเตะอยู่กับทีมต่อก็เป็นได้

เพราะแม้ว่า Manchester United จะพยายามเฟ้นหานักเตะใหม่มาเสริมทัพในทุกครั้งที่เปิดตลาดซื้อขายแต่บางครั้งก็ซื้อมาเหมือนผิดๆกถูกๆได้ของดีมาใช้งานบ้าง หรือได้นักเตะไม่คุ้มราคามาใช้งานบ้าง ซึ่งมันก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่กับนักเตะสอบที่มีฟอร์มการเล่นเข้ากับแผนการทำทีม ก็น่าจะยังเก็บไว้
และการต่อสัญญาในครั้งนี้ก็อาจจะเป็นไปได้ที่จะทำให้นักเตะรายนี้ ยังคงจงรักภักดีและค้าแข้งกับสโมสรในอีกหลายฤดูกาล

แต่ยังไม่มีการระบุออกมาว่า หากมีการฉีกสัญญา หรือเจ้าตัวอยากจะย้ายออกไปหาความท้าทายใหม่จะเริ่มต้นในราคาที่เท่าไหร่ เพราะดูเหมือนนักเตะจาก Manchester United นั้นจะไม่เป็นที่ต้องการของตลาดหรือทีมอื่นมากนักในฤดูกาลที่ผ่านมา

สมอลลิ่ง เผย เมสซี่ ไม่ติดใจหลังทำเจ็บหนักในเกม UCL

คริส สมอลลิง เซ็นเตอร์แบ็คของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า ลีโอเนล เมสซี่ สตาร์ดังของ บาร์เซโลน่า ยอมรับว่าเหตุการณ์ปะทะกันที่เกิดขึ้นจนทำให้จมูกของเขาแตกและมีเลือดไหล ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น เป็นเรื่องของอุบัติเหตุเท่านั้น

ในเกม แชมเปี้ยนส์ลีก รอบควอเตอร์ไฟนอล เลกแรก ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด มีจังหวะที่กองหลังทีมชาติอังกฤษเข้าปะทะกับ เมสซี่ จนทำให้กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักถึงกับต้องหยุดทำการรักษาพยาบาล โดยทาง สมอลลิ่ง กล่าวว่าเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการปะทะกันในจังหวะนั้นจะรุนแรงถึงขนาดนี้

โดยเจ้าตัวได้กล่าวว่าหลังจบเกมว่า เขาได้เข้าไปพูดคุยกับ เมสซี่ และกล่าวว่ากองหน้าของ บาร์ซา ได้กล่าวให้อภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“เราได้คุยกันหลังจบเกม ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนั้นผมปะทะกับเขารุนแรงขนาดไหน แต่หลังจากจบเกมเราได้มีการพูดคุยกันแล้วก็จับมือ และเขาก็บอกว่าเขารู้ว่ามันเป็นเพียงแค่อุบัติเหตุเท่านั้น ตอนนั้น หลุยส์ ซัวเรซ ก็ตามมา และเขาก็ได้พูดคุยกับผมและเราก็จับมือกัน หลังจากนั้นก็อวยพรกันว่าขอให้โชคดี” สมอลลิ่ง กล่าวกลับ BBC Radio 5 Live

“มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมเมื่อคุณต่อสู้กันอย่างเต็มที่ในสนาม และหลังจากนั้นให้ความเคารพกันหลังจากจบเกม เพราะในท้ายที่สุดแล้วคุณก็แค่พยายามที่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและสนุกไปกับเกมส์เท่านั้น”

ความบ้าคลั่งมันมีอยู่จริง

ความบ้าคลั่งมันมีอยู่จริง

ใครบอกว่าฟุตบอลมันเป็นแค่เกมกีฬาในสนาม นิยามนี้คงใช้ไม่ได้กับการแข่งขันในแถบอเมริกาใต้อย่างล่าสุดฟุตบอลนัดชิงชนะเลิศโคปา ลิเบอร์ตาโดเรส นัดชิงชนะเลิศนัดที่ 2 ระหว่าง ริเวอร์เพลท กับ โบคา จูเนียร์ส ที่ดูเหมือนว่าเหตุการณ์จะบานปลายจนไม่สามารถลงเล่นได้ และยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผลสรุปจะออกมาอย่างไรกันแน่ เนื่องจากแฟนบอลได้ก่อเหตุจลาจลทำให้เกมการแข่งขันต้องเลื่อนออกไปถึง 2 รอบอย่างไม่มีกำหนด และยังไม่มีคำตอบว่าสรุปแล้วจะแข่งกันต่อหรือไม่

ต้องยอมรับว่าแฟนบอลในอเมริกาใต้ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องความดิบ ป่าเถื่อน มานักต่อนักแล้ว ขนาดว่าสนามบอลแทบทุกสนามยังต้องมีการติดตั้งกรงเหล็กอย่างดีเพื่อไม่ให้แฟนบอลหลุดเข้าไปในสนามหวังไปทำร้ายผู้คนที่ไม่รู้เรื่องแต่กำลังทำหน้าที่ของตนเองอยู่ เหตุการณ์เหล่านี้หากใครติดตามฟุตบอลจากแถบนี้เป็นประจำ อาจมองว่ามันปกติ ทว่าจริง ๆ มันไม่น่าใช่เรื่องปกติสักเท่าไหร่นัก เพราะในโลกยุคนี้แล้วการตีกันเพราะเกมฟุตบอลมันไม่ใช่สาระสำคัญอะไรเลย

แถมการมีปัญหาระหว่างแฟนบอล มันน่าปวดหัวพออยู่แล้ว นี่บางทีพอรถบัสของนักเตะฝ่ายตรงข้ามวิ่งผ่าน ก็มีการปาข้าวของใส่รถจนกระจกแตกและนักเตะได้รับบาดเจ็บต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลอยู่หลายคนเหมือนกัน เป็นเรื่องแย่ ๆ ที่ผ่านมาหลายสิบปีก็ยังคงไม่มีอะไรดีขึ้นเลยจริง ๆ สำหรับฟุตบอลในอเมริกาใต้ อาจบอกได้ว่าหากคู่รักคู่แค้นตลอดกาลระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล, เรอัล มาดริด กับ บาร์เซโลน่า , เอซี มิลาน กับ อินเตอร์ มิลาน หรือแม้แต่ การท่าเรือ กับ เมืองทอง จะดุดันขนาดไหน ก็คงเทียบกับความรุนแรงระหว่างแฟนบอล 2 ทีมนี้ไม่ได้จริง ๆ เพราะมันโหดเกินบรรยายชนิดตำรวจก็เอาเหตุการณ์ไม่อยู่เหมือนกัน เข้าใจดีว่าฟุตบอลมันคือสายเลือดของพวกเขาและเมื่อเลือดขึ้นหน้าแล้วสิ่งใดก็ไม่สำคัญเท่ากับต้องเอากันให้ตาย

นี่ถึงขนาดมีคลิปว่าแฟนบอลสาวรายหนึ่งเอาพลุซ่อนไว้ในกางเกงของเด็กหญิงเพื่อหวังให้หลุดรอดเข้าไปในสนามแล้วใช้งาน ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะใช้ในเรื่องอะไรอีก ลำพังแค่เกมในสนามก็เดือดพออยู่แล้ว นี่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะเกิดขึ้นหรือไม่ บางทีบทสรุปของการแข่งขันคู่นี้อาจเป็นการแบ่งแชมป์กันไปเลยเพื่อจบปัญหาแบบขายผ้าเอาหน้ารอด ทว่าหากคิดในมุมที่ถูกต้อง หากเกิดเหตุแบบนี้ทุกปี มีหวังคงหมดสนุกและหมดสีสันในสนามกันแน่

ลิเวอร์พลู

ยัง บอก ผี แพ้เพราะความมุ่งมั่นสู้ไม่ได้

แอชลี่ย์ ยัง กองหลังจอมเก๋าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า ทีมปีศาจแดงไม่ได้แสดงให้เห็นถึง “ความมุ่งมั่น” ที่มากเพียงพอในเกมที่พบกับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ในศึกฟุตบอล อีเอฟแอล คัพ แม้ว่าทีมปีศาจแดงจะได้ประตูนำไปก่อนอย่างรวดเร็วจาก ฆวน มาต้า ตั้งแต่ในนาทีที่ 3 แต่กลับจบลงในเวลาด้วยสกอร์ 2-2 ก่อนที่ ดาร์บี้ จะเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 8-7 ในการยิงลูกที่จุดโทษ

ก่อนหน้านี้ โซเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมปีศาจแดง ได้ออกมากล่าวว่าลูกทีมจำเป็นจะต้องปรับปรุงฟอร์มการเล่นให้ดีขึ้นกว่าเดิมหลังจากที่ทำได้ต่ำกว่ามาตรฐานในเกมที่เสมอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่กลับไม่สามารถเอาชนะทีมที่อยู่ในระดับแชมเปี้ยนส์ชิพเท่านั้น โดยฟูลแบ็คทีมชาติอังกฤษ ได้ให้สัมภาษณ์กับ MUTV ว่า “ผมคิดว่าพวกเขามีความมุ่งมั่นมากกว่าที่เรามี เมื่อคุณเล่นเกมแบบนี้ คุณจะต้องแสดงให้เห็นว่ามุ่งมั่นให้มากกว่าฝ่ายตรงข้าม แต่เราไม่ได้ทำอย่างนั้นและผมคิดว่าเราได้รับการลงโทษเพราะพวกเขาชนะนัดนี้”

ก่อนหน้านี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่แพ้ใครใน 5 นัดในการแข่งขันทั้งหมดทุกรายการ โดยเวลานี้อยู่ในอันดับที่ 8 ขอตารางพรีเมียร์ลีก พร้อมกับกระแสข่าวที่รุนแรงเรื่องความขัดแย้งระหว่าง มูรินโญ่ กับ ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสระอุขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่มีข่าวว่ากุนซือชาวโปรตุกีสประกาศว่าจะไม่ให้ ป็อกบา สวมปลอกแขนกัปตันทีมอีกแล้ว