ปัจจุบันทำอะไรอยู่ ! 10 แข้งผีสุดท้ายที่ถูก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ปล่อย

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานบรมกุนซือของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เซ็นสัญญานักเตะที่น่าตื่นตาตื่นใจไปได้มากมาย ก่อนที่จะวางมือในปี 2013 หลังจากทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ โดยบทความนี้จะดูถึง 10 นักเตะหลังสุดที่ถูกยอดคนสกอตแลนด์ปล่อยออกจากทีม ซึ่งปัจจุบันกำลังทำอะไรอยู่

ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ
เบอร์บาตอฟกลายเป็นส่วนเกินของทีม เมื่อโรบิน ฟาน เพอร์ซีย์ ถูกเซ็นสัญญาไปร่วมทีมในซัมเมอร์ปี 2012 โดยถูกปล่อยออกไปให้ฟูแล่ม แต่ก็ไม่สามารถช่วยทีมให้รอดตกชั้นได้ โดยปัจจุบันแขวนสตั๊ดไปตั้งแต่ปี 2019 เมื่อเล่นในประเทศกรีซ และอินเดียในช่วงท้าย

พาร์ค จี ซอง
อดีตดาวเตะชาวเกาหลีใต้ลงเล่นในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 7 ปี ก่อนที่จะถูกปล่อยออกไปให้ควีนส์ พาร์ค เรนเจอร์ส ในปี 2012 ก่อนที่จะแขวนสตั๊ดในปี 2014 แต่ปัจจุบันทำหน้าที่ทูตให้กับสโมสร

ริตชี เดอ เลค
เดอ เลค เป็นตัวหลักให้กับแมนฯ ยูไนเต็ด แต่ลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ไปเพียง 6 เกม ก่อนที่จะถูกปล่อยออกไปให้เลสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2012 ยังเป็นหนึ่งในนักเตะที่ได้รับเหรียญแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2015-16 แม้ฤดูกาลดังกล่าวจะถูกปล่อยออกไปให้มิดเดิ้ลสโบรห์ยืมตัว โดยปัจจุบันกำลังเล่นให้กับรอยัล แอนท์เวิร์บในเบลเยี่ยม

แดนนี่ ดริ้งส์วอเตอร์
ดริ้งส์วอเตอร์ ถูกปล่อยออกจากโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในปี 2012 ไปยังเลสเตอร์ และได้กลายเป็นส่วนหนึ่งทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก ก่อนที่จะถูกเชลซีเซ็นสัญญาไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ ในปี 2017 แต่กลายเป็นส่วนเกินในเวลานี้ และน่าจะได้ย้ายออกจากสแตมฟอร์ด บริดจ์ในเร็วๆ นี้

ดาร์รอน กิ๊บสัน
กิ๊บสัน ลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ของแมนฯ ยูไนเต็ดไปทั้งหมด 60 เกม คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 1 สมัย และลีก คัพ 2 สมัย แต่ถูกปล่อยออกไปให้เอฟเวอร์ตันในเดือนมกราคม ปี 2012 ผ่านการเล่นให้กับซันเดอร์แลนด์ และวีแกน แอธเลติก ก่อนที่จะเล่นให้กับซัลฟอร์ด ซิตี้ ที่มีกลุ่มคลาส ออฟ 92 เป็นเจ้าของในเวลานี้

มาเม่ บิรัม ดิยุฟ
ดิยุฟไม่สามารถสร้างความประทับใจได้ ก่อนที่จะถูกปล่อยออกไปให้ฮันโนเวอร์ 96 ในปี 2012 โดยปัจจุบันลงเล่นให้กับฮาเตย์สปอร์ ในตุรกี

จอห์น โอเช
โอเช ออกจากแมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 2011 ก่อนที่จะลงเล่นให้กับซันเดอร์แลนด์ และเร้ดดิ้ง อีก 8 ปีหลังจากนั้น และตัดสินใจแขวนสตั๊ด โดยปัจจุบันทำหน้าที่ผู้ช่วยผู้จัดการทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ รุ่นอายุต่ำกว่า 21 ปี

เวสต์ บราวน์
บราวน์ ลงสนามให้กับปีศาจแดงไปทั้งหมด 362 เกมรวมทุกรายการ ก่อนที่จะย้ายออกในปี 2011 โดยเล่นให้กับซันเดอร์แลนด์ 5 ปี และไปปิดฉากอาชีพกับคีราล่า บลาสเตอร์ส ในอินเดีย

กาเบรียล โอแบร์ต็อง
โอแบร์ต็อง ไม่สามารถสร้างความประทับใจได้ แม้จะลงสนามให้กับทีมไปทั้งหมด 28 เกมรวมทุกรายการ ทำได้ 1 ประตู โดยถูกปล่อยออกไปให้นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในปี 2011 ปัจจุบันเล่นให้กับเออร์ซูรุมสปอร์ ในตุรกี

โจ ดัดเจี้ยน
ดัดเจี้ยน เป็นนักเตะที่ขึ้นมาจากทีมเยาวชน แต่ถูกปล่อยออกจากทีมในปี 2011 ไปยังฮัลล์ ซิตี้ เมื่อไม่สามารถลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ได้เลยสักเกม และต้องเจอกับอาการบาดเจ็บอย่างหนัก จนต้องแขวนสตั๊ดด้วยวัยเพียง 24 ปี และปัจจุบันทำหน้าที่ผู้จัดการทีมของทีมแมวมองให้กับเมลเบิร์น ซิตี้

ผีแดง รอลุ้นดิว บรูโน่ หลังเอ็ด วู้ดวาร์ด พบผอ.กีฬา ของลิสบอน เมื่อวันศุกร์ทีผ่านมา

“ผีแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เดินหน้าเต็มตัวกับภารกิจล่าตัว บรูโน่ เฟอร์นันเดส กองกลางทีมชาติโปรตุสเกสของสโมสรสปอร์ติ้ง ลิสบอน ด้วยการเสนอซื้อตัว 50 ล้านปอนด์ ให้กับทาง ลิสบอน ได้พิจารณาอีกด้วย

โดยล่าสุดสื่อในอังกฤษ ได้ออกมารายกงานว่า ดิลนี้อาจจะเกิดขึ้นได้จริง เพราะทางผู้อำนวยการด้านกีฬาของลิสบอน ได้บินมายังกรุงลอนดอน มายังสำนักงานแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประจำกรุงลอนดอน ซึ่งมาการพูดขึ้นกันระหว่าง 2 ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น เอ็ด วู้ดวาร์ด ผู้บริหารแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเอเยนต์ของสโมสร เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ถึงอย่างไรก็ดีความคืบหน้าในการเจรจาครั้งนี้ยังไม่ได้มีการยืนยันในการย้ายทีมออกมา เพราะทางลิสบอน เองยังคงต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนหากปล่อยตัว บรูโน่ เฟอร์นันเดส ออกจากทีมไปในเวลานี้ เนื่องจากยังไม่สามารถหาตัวแทนมาได้ทันเวลา ซึ่งอาจจะส่งผลต่อผลงานของทีมที่กำลังไล่ล่าพื้นทีโค้วต้ายู่ฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกในฤดูกาลนี้อยู่ หลังมีแต้มห่างจากอันดับที่ 2 อยู่ 11 คะแนน

สำหรับผลงานของ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในฤดูกาลนี้ลงสนามไปแล้ว 16 นัด ชนะ 9 เสมอ 2 แพ้ 5 ได้ 28 เสีย 18 มีอยู่ 29 คะแนน

ลูกากู ลั่นอยู่แมนยู มีแต่แย่

โรเมลู ลูกากู กองหน้า น้าฉายาตู้เย็น อดีตนักเตะสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่ตอนนี้ค้าแข้ง อยู่กับสโมสรอินเตอร์มิลานได้กล่าวให้สัมภาษณ์ ถึงเหตุผลที่แท้จริง ของการย้ายสโมสร และย้ายลีก เจ้าตัวบอกว่าตลอดระยะเวลาที่อยู่ในแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเขาตั้งใจทำผลงานอย่างเต็มที่

แต่ดูเหมือนทำอะไรก็ไม่ดีและเมื่อมีฟอร์มที่แย่ลง ก็โดนวิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มแฟนบอ ลรวมทั้งการไม่ได้รับความไว้วางใจทั้งที่เราพยายามอย่างเต็มที่ แต่ฟุตบอลไม่ได้เล่นคนเดีย ดังนั้นการออกมาหาความท้าทายใหม่ในทีมที่เขาต้องการจะมีความสุขมากกว่า

และแน่นอนว่าคือผู้ชี้ทางอนาคตใหม่ให้กับเขาคือ คอนเต้ กุนซือที่ผมมองว่าเขาเก่งที่สุด เขาให้โอกาสผมมากมาย และที่นี่ก็ไว้ใจผม ดังนั้นผลงานผมก็ดีขึ้นจากเดิม และมีความสุขกับที่นี่ด้วย

ลินเดอเลิฟ ได้ค่าเหนื่อยเพิ่มเติมหากต่อสัญญาใหม่

ลินเดอเลิฟ ได้ค่าเหนื่อยเพิ่มเติมหากต่อสัญญาใหม่

ใครว่า manchester united ไม่เหลียวแลนักเตะเก่า ล่าสุดนั้นทางฝ่ายบริหารเตรียมพร้อมที่จะขยายสัญญากับนักเตะหลายคน และ วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ เป็นหนึ่งในนั้นที่จะได้รับค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้นซึ่งบรรดากูรูมองว่าแม้จะได้ค่าเหนื่อยเป็น 150,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ แต่ก็ยังน้อยกว่านักเตะอีกหลาย
คนที่เล่นในตำแหน่งเดียวกันกับเข าแต่มันก็เพียงพอกับความสามารถของเขาในตอนนี้และอาจจะรั้งให้นักเตะอยู่กับทีมต่อก็เป็นได้

เพราะแม้ว่า Manchester United จะพยายามเฟ้นหานักเตะใหม่มาเสริมทัพในทุกครั้งที่เปิดตลาดซื้อขายแต่บางครั้งก็ซื้อมาเหมือนผิดๆกถูกๆได้ของดีมาใช้งานบ้าง หรือได้นักเตะไม่คุ้มราคามาใช้งานบ้าง ซึ่งมันก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่กับนักเตะสอบที่มีฟอร์มการเล่นเข้ากับแผนการทำทีม ก็น่าจะยังเก็บไว้
และการต่อสัญญาในครั้งนี้ก็อาจจะเป็นไปได้ที่จะทำให้นักเตะรายนี้ ยังคงจงรักภักดีและค้าแข้งกับสโมสรในอีกหลายฤดูกาล

แต่ยังไม่มีการระบุออกมาว่า หากมีการฉีกสัญญา หรือเจ้าตัวอยากจะย้ายออกไปหาความท้าทายใหม่จะเริ่มต้นในราคาที่เท่าไหร่ เพราะดูเหมือนนักเตะจาก Manchester United นั้นจะไม่เป็นที่ต้องการของตลาดหรือทีมอื่นมากนักในฤดูกาลที่ผ่านมา

สมอลลิ่ง เผย เมสซี่ ไม่ติดใจหลังทำเจ็บหนักในเกม UCL

คริส สมอลลิง เซ็นเตอร์แบ็คของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า ลีโอเนล เมสซี่ สตาร์ดังของ บาร์เซโลน่า ยอมรับว่าเหตุการณ์ปะทะกันที่เกิดขึ้นจนทำให้จมูกของเขาแตกและมีเลือดไหล ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น เป็นเรื่องของอุบัติเหตุเท่านั้น

ในเกม แชมเปี้ยนส์ลีก รอบควอเตอร์ไฟนอล เลกแรก ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด มีจังหวะที่กองหลังทีมชาติอังกฤษเข้าปะทะกับ เมสซี่ จนทำให้กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักถึงกับต้องหยุดทำการรักษาพยาบาล โดยทาง สมอลลิ่ง กล่าวว่าเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการปะทะกันในจังหวะนั้นจะรุนแรงถึงขนาดนี้

โดยเจ้าตัวได้กล่าวว่าหลังจบเกมว่า เขาได้เข้าไปพูดคุยกับ เมสซี่ และกล่าวว่ากองหน้าของ บาร์ซา ได้กล่าวให้อภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“เราได้คุยกันหลังจบเกม ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนั้นผมปะทะกับเขารุนแรงขนาดไหน แต่หลังจากจบเกมเราได้มีการพูดคุยกันแล้วก็จับมือ และเขาก็บอกว่าเขารู้ว่ามันเป็นเพียงแค่อุบัติเหตุเท่านั้น ตอนนั้น หลุยส์ ซัวเรซ ก็ตามมา และเขาก็ได้พูดคุยกับผมและเราก็จับมือกัน หลังจากนั้นก็อวยพรกันว่าขอให้โชคดี” สมอลลิ่ง กล่าวกลับ BBC Radio 5 Live

“มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมเมื่อคุณต่อสู้กันอย่างเต็มที่ในสนาม และหลังจากนั้นให้ความเคารพกันหลังจากจบเกม เพราะในท้ายที่สุดแล้วคุณก็แค่พยายามที่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและสนุกไปกับเกมส์เท่านั้น”

ความบ้าคลั่งมันมีอยู่จริง

ความบ้าคลั่งมันมีอยู่จริง

ใครบอกว่าฟุตบอลมันเป็นแค่เกมกีฬาในสนาม นิยามนี้คงใช้ไม่ได้กับการแข่งขันในแถบอเมริกาใต้อย่างล่าสุดฟุตบอลนัดชิงชนะเลิศโคปา ลิเบอร์ตาโดเรส นัดชิงชนะเลิศนัดที่ 2 ระหว่าง ริเวอร์เพลท กับ โบคา จูเนียร์ส ที่ดูเหมือนว่าเหตุการณ์จะบานปลายจนไม่สามารถลงเล่นได้ และยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผลสรุปจะออกมาอย่างไรกันแน่ เนื่องจากแฟนบอลได้ก่อเหตุจลาจลทำให้เกมการแข่งขันต้องเลื่อนออกไปถึง 2 รอบอย่างไม่มีกำหนด และยังไม่มีคำตอบว่าสรุปแล้วจะแข่งกันต่อหรือไม่

ต้องยอมรับว่าแฟนบอลในอเมริกาใต้ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องความดิบ ป่าเถื่อน มานักต่อนักแล้ว ขนาดว่าสนามบอลแทบทุกสนามยังต้องมีการติดตั้งกรงเหล็กอย่างดีเพื่อไม่ให้แฟนบอลหลุดเข้าไปในสนามหวังไปทำร้ายผู้คนที่ไม่รู้เรื่องแต่กำลังทำหน้าที่ของตนเองอยู่ เหตุการณ์เหล่านี้หากใครติดตามฟุตบอลจากแถบนี้เป็นประจำ อาจมองว่ามันปกติ ทว่าจริง ๆ มันไม่น่าใช่เรื่องปกติสักเท่าไหร่นัก เพราะในโลกยุคนี้แล้วการตีกันเพราะเกมฟุตบอลมันไม่ใช่สาระสำคัญอะไรเลย

แถมการมีปัญหาระหว่างแฟนบอล มันน่าปวดหัวพออยู่แล้ว นี่บางทีพอรถบัสของนักเตะฝ่ายตรงข้ามวิ่งผ่าน ก็มีการปาข้าวของใส่รถจนกระจกแตกและนักเตะได้รับบาดเจ็บต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลอยู่หลายคนเหมือนกัน เป็นเรื่องแย่ ๆ ที่ผ่านมาหลายสิบปีก็ยังคงไม่มีอะไรดีขึ้นเลยจริง ๆ สำหรับฟุตบอลในอเมริกาใต้ อาจบอกได้ว่าหากคู่รักคู่แค้นตลอดกาลระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล, เรอัล มาดริด กับ บาร์เซโลน่า , เอซี มิลาน กับ อินเตอร์ มิลาน หรือแม้แต่ การท่าเรือ กับ เมืองทอง จะดุดันขนาดไหน ก็คงเทียบกับความรุนแรงระหว่างแฟนบอล 2 ทีมนี้ไม่ได้จริง ๆ เพราะมันโหดเกินบรรยายชนิดตำรวจก็เอาเหตุการณ์ไม่อยู่เหมือนกัน เข้าใจดีว่าฟุตบอลมันคือสายเลือดของพวกเขาและเมื่อเลือดขึ้นหน้าแล้วสิ่งใดก็ไม่สำคัญเท่ากับต้องเอากันให้ตาย

นี่ถึงขนาดมีคลิปว่าแฟนบอลสาวรายหนึ่งเอาพลุซ่อนไว้ในกางเกงของเด็กหญิงเพื่อหวังให้หลุดรอดเข้าไปในสนามแล้วใช้งาน ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะใช้ในเรื่องอะไรอีก ลำพังแค่เกมในสนามก็เดือดพออยู่แล้ว นี่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะเกิดขึ้นหรือไม่ บางทีบทสรุปของการแข่งขันคู่นี้อาจเป็นการแบ่งแชมป์กันไปเลยเพื่อจบปัญหาแบบขายผ้าเอาหน้ารอด ทว่าหากคิดในมุมที่ถูกต้อง หากเกิดเหตุแบบนี้ทุกปี มีหวังคงหมดสนุกและหมดสีสันในสนามกันแน่

ลิเวอร์พลู

ยัง บอก ผี แพ้เพราะความมุ่งมั่นสู้ไม่ได้

แอชลี่ย์ ยัง กองหลังจอมเก๋าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า ทีมปีศาจแดงไม่ได้แสดงให้เห็นถึง “ความมุ่งมั่น” ที่มากเพียงพอในเกมที่พบกับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ในศึกฟุตบอล อีเอฟแอล คัพ แม้ว่าทีมปีศาจแดงจะได้ประตูนำไปก่อนอย่างรวดเร็วจาก ฆวน มาต้า ตั้งแต่ในนาทีที่ 3 แต่กลับจบลงในเวลาด้วยสกอร์ 2-2 ก่อนที่ ดาร์บี้ จะเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 8-7 ในการยิงลูกที่จุดโทษ

ก่อนหน้านี้ โซเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมปีศาจแดง ได้ออกมากล่าวว่าลูกทีมจำเป็นจะต้องปรับปรุงฟอร์มการเล่นให้ดีขึ้นกว่าเดิมหลังจากที่ทำได้ต่ำกว่ามาตรฐานในเกมที่เสมอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่กลับไม่สามารถเอาชนะทีมที่อยู่ในระดับแชมเปี้ยนส์ชิพเท่านั้น โดยฟูลแบ็คทีมชาติอังกฤษ ได้ให้สัมภาษณ์กับ MUTV ว่า “ผมคิดว่าพวกเขามีความมุ่งมั่นมากกว่าที่เรามี เมื่อคุณเล่นเกมแบบนี้ คุณจะต้องแสดงให้เห็นว่ามุ่งมั่นให้มากกว่าฝ่ายตรงข้าม แต่เราไม่ได้ทำอย่างนั้นและผมคิดว่าเราได้รับการลงโทษเพราะพวกเขาชนะนัดนี้”

ก่อนหน้านี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่แพ้ใครใน 5 นัดในการแข่งขันทั้งหมดทุกรายการ โดยเวลานี้อยู่ในอันดับที่ 8 ขอตารางพรีเมียร์ลีก พร้อมกับกระแสข่าวที่รุนแรงเรื่องความขัดแย้งระหว่าง มูรินโญ่ กับ ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสระอุขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่มีข่าวว่ากุนซือชาวโปรตุกีสประกาศว่าจะไม่ให้ ป็อกบา สวมปลอกแขนกัปตันทีมอีกแล้ว